flexiblefloors.com

Just another WordPress site

flexiblefloors.com - Just another WordPress site

Dracula Untold แดร็กคูล่า มีเช่นไรเด็ดๆ น่าแลเห็น


Special Scoop-ตำนานแดร็กคูล่าที่เชื่อมโยงกับ Dracula Untold

Dracula นั้นคือนิยายชื่อดังของบราม สโต๊คเกอร์ ตีพิมพ์ในปี 1897 จัดเป็นตัวละครอมตะที่หาได้รับความนิยมสูงสุดในโลกวรรณกรรม ก็ได้ถูกนำมานำเสนอในภาพยนตร์ แอนิเมชัน วรรณกรรมและดนตรี และก็เป็นที่ชื่นชอบในปัจจุบันไม่แพ้ตอนที่ผู้สร้างเขาขึ้นมาได้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์แห่งวัฒนธรรมขึ้นเมื่อเกือบ 120 ปีที่แล้ว แม้ว่าแดร็กคูล่าจะยังคงปรากฏอย่างต่อเนื่องในวัฒนธรรม อย่างไรก็ตามก็เป็นส่วนน่าจะประหลาดแหล่งต้นกำเนิดข้าวของราชันย์ผีดิบผู้นี้ไม่เคยปรากฏบนจอภาพยนตร์มาก่อนเลย
สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวสำหรับผู้คนนับล้านไม่แพ้ห้ามปรามคือแวมไพร์ยินยอมตำนานโบราณ ตำนานสิ่งของผีดูดเลือด ซึ่งมีอยู่ปรากฏในเกือบจะทุกวัฒนธรรมและภาษาทั่วโลกา ตั้งแต่ลิลิตู ซัคคิวบัสแห่งบาบิโลเนีย ผู้นิยมกินเลือดเด็ก ไปจนถึงอาซาซาบอนแซมฟันเหล็กที่ปรากฏอยู่ในเรื่องเล่าของชาวอาชันติณกานา คงจะประกอบด้วยต้นกำเนิดตั้งแต่เมื่อหลากหลายพันปีที่ดินแล้ว แต่จนกระทั่งในศตวรรษที่ 10 ในยุโรปตะวันออก คำว่า “แวมไพร์” ถึงได้ปรากฏในภาษาสมัยใหม่เป็นครั้งแรก

ตำนานของแดร็กคูล่าเริ่มต้นและยืมเค้าโครงมาจากเรื่องจริงของบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ ซึ่งก็คือวลาดที่สาม แห่งวัลลาเคีย หรือคาซิกลู เบย์ (เจ้าชายจอมเสียบ) ภายในความหมายความว่าจริงแล้ว ขาเขียนข้อความย่อยได้นำบ้องเท็จจริงเบื้องต้นมากมายเกี่ยวกับเจ้าชายผู้น่าสะพรึงกลัวผู้นี้มาต่อยอดจนกลายเป็นตำนานที่วิเศษสุด
วลาดที่สามเกิดในปี 1431 ในทรานซิลวาเนีย ตอนเป็นเด็ก เขาและน้องชายถูกวลาดที่สอง บิดาของพวกเขา ส่งไปเป็นตัวประกันของสุลต่านมูรัดที่สองแห่งกรุงคอนสแตนติโนเปิล ที่ซึ่งพวกเขาถูกกุมตัวไว้เป็นเวลาหกปีและได้ฝึกฝนศาสตร์แห่งการรบ ด้วยความที่ทรานซิลวาเนียตั้งอยู่ระหว่างอาณาจักรออตโตมัน เติร์คและออสเตรีย แฮปส์เบิร์ก เจ้าชายหนุ่มจึงใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางยุคสมัยของการสู้รบ และจำเป็นต้องมีการเสียสละบางสิ่ง

วลาดที่สามเติบโตขึ้นกลายเป็นผู้ปกครองผู้เหี้ยมโหด วิธีการทรมานคนที่เขาชื่นชอบที่สุดคือการเสียบคน และปล่อยให้เหยื่อดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมานจนขาดใจตาย ข้อเท็จจริงที่น่าสะพรึงกลัวนี้คือสิ่งที่ทำให้เขาได้รับการขนานนามหลังจากเสียชีวิตไปแล้วว่า วลาดจอมเสียบ ด้วยความที่บิดาของเขาเป็นคนของภาคีมังกร องค์กรลับของพวกอัศวินคริสเตียน ที่ต่อสู้พวกมุสลิม ออตโตมัน วลาดที่สองจึงใช้ชื่อว่าแดรคูล ซึ่งแปลอย่างหยาบๆ จากภาษาโรมาเนียวี่ความหมายว่า “มังกร/ปีศาจ”

หลังการเสียชีวิตของพ่อเขา วลาดที่สามก็ขึ้นปกครองวัลลาเคีย ที่อยู่ทางตอนใต้ของทรานซิลวาเนีย ตั้งแต่ปี 1448 จนกระทั่งเขาเสียชีวิตในปี 1476 วลาดที่สามได้เป็นหนึ่งในสมาชิกของภาคีมังกร เช่นเดียวกับบิดาของเขา ตอนนั้นเองที่เขาได้สั่งคนของเขาให้เรียกเขาว่า “แดร็กคูล่า” ซึ่งหมายถึง “บุตรมังกร/ปีศาจ” ในภาษาโรมาเนีย วลาดที่สาม ที่ตำนานเล่าขานว่าถูกสังหารในปี 1476 ในการต่อสู้กับพวกเติร์ค ได้ถูกตัดหัวเสียบประจานในกรุงคอนสแตนติโนเปิล…เพื่อให้คนทั้งเมืองได้เห็นและเกรงกลัว

การนำตัวละครที่โด่งดังจากแดร็กคูล่ามาแปลงโฉมใหม่จำเป็นต้องอาศัยผู้กำกับที่จะสามารถมองทะลุสิ่งต่างๆ ที่เคยมีการสร้างมาก่อนหน้านี้ คนแห่งสามารถล้วงลึกเข้าคลาไคลในเรื่องราวพร้อมกับมีวิสัยทัศน์ที่การนำเสนอลุคที่แปลกใหม่สำหรับราชันย์ผีดิบผู้นี้ได้ เพราะนี่คือการนำเสนอปีศาจร้ายในมุมมองใหม่ เป็นการย้อนสู่จุดเริ่มต้นเพื่อเผยถึงตัวตนของชายผู้อยู่เบื้องหลังตำนาน จนกลายออกมาเป็นเรื่องราวที่น่าตื่นตาตื่นใจแบบใน Dracula Untold นั่นเอง


หนัง Dracula Untold แดร็กคูล่า ตำนานลับโลกไม่รู้


หลังจากที่รอคอยกันมาพอสมควร ล่าสุด ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส และ เลเจนดารี พิคเจอร์ส เปิดตัวโปสเตอร์และตัวอย่างภาพยนตร์พร้อมซับไทย Dracula Untold : แดร็กคูล่า ตำนานลับโลกไม่รู้ มาให้แฟนๆ ชาวไทยได้ชมฉากสุดอลังการ แอ็คชั่นสุดมันส์ ที่มาพร้อมความสยดสยองเล็กน้อย
Dracula Untold เรื่องย่อ
Dracula Untold : แดร็กคูล่า ตำนานลับโลกไม่รู้ คือ สุดยอดภาพยนตร์อีพิค แอ็คชั่น ผจญภัยแห่งปี 2014 การกลับมาของแดร็กคูล่า ซึ่งในครั้งนี้ได้นักแสดงฝีมือดี ลุค อีวานส์ (Fast & Furious 6, Immortals) มาสร้างความยิ่งใหญ่กับตำนานเรื่องราวเริ่มต้นของชายผู้กลายมาเป็นแดร็กคูล่า แกรี ชอร์ นั่งแท่นผู้กับ และ ไมเคิล เดอ ลูกา อำนวยการสร้าง ร่วมแสดงโดย ซาราห์ กาดอน, โดมินิค คูเปอร์, เดียร์มิด เมอร์ทัฟ และซาแมนธา บาร์คส์
Dracula Untold กำหนดเข้าฉาย 16 ตุลาคม 2557


Dracula Untold ตำนานดัดแปลงท่านเคาต์แดร็กคูล่า


เป็นเวลากว่าร้อยปีได้ที่มนุษย์ได้มีโอกาสรู้จักกับปีศาจชื่อก้องโลกกับชายหนุ่มที่มักจะดูดเลือดจากคอของหญิงสาว ตัวละครดังกล่าวก็คือท่านเคาต์แดร็กคูล่าที่ดื่มเลือดเป็นอาหารนั่นเอง ความโด่งดังของตัวละครนี้ถูกดัดแปลงและปรากฏไปอยู่ในสื่อมากมายหลายแขนงไม่ว่าจะเป็นหนังสือนิยาย การ์ตูน ซีรีส์ ภาพยนตร์ เรียกได้ว่าเป็น “ไอคอน” แห่งโลกหนังสยองขวัญเลยก็ว่าได้

สำหรับ Dracula Untold นั้นเลือกจะบอกเล่าไปถึงรากเหง้าและต้นกำเนิดของแดร็กคูล่า ในปี 1462 ในทรานซิลวาเนียประเทศอันแสนสงบสุขภายใต้การปกคริงของเจ้าชายแห่งวัลลาเคีย(ลุค อีวานส์) เขาเหนื่อยล้ามาจากสงครามอันยาวนาน ส่วนมิเรน่า (ซาราห์ กาดอน) ชายาผู้เป็นที่รักนั้นก็ช่วยดูแลประเทศอย่างสงบสุขเรื่อยมา

แต่แล้วเมื่อสุลต่านเมห์เม็ดที่สอง (โดมินิค คูเปอร์) ควบคุมการให้กอบด้วยการพรากเด็กชายชาววัลลาเคีย 1,000 คน รวมถึง อินเกรัส (อาร์ต พาร์กินสัน) บุตรชายของเขา จากบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อฝึกพวกเขาให้กลายเป็นทหารเด็กในกองทัพ วลาดก็ต้องตัดสินใจว่าจะทำเช่นเดียวกับบิดาของเขา พร้อมทั้งยกลูกชายของเขาให้สุลต่าน หรือจะขอความช่วยเหลือจากอสุรกายเพื่อกำจัดพวกเติร์ค แต่หากเขาเลือกทางนี้ เขาก็จะต้องสละวิญญาณของเขาเดินเป็นทาสเพื่อให้ตัวเองมีพลังดุจชายที่มีพละกำลังดุจชายร้อยคน

Dracula Untold เป็นผลงานเปิดซิงของผู้กำกับหน้าใหม่หมู่ แกรี่ ชอร์ ส่วนบทภาพยนตร์ที่เขียนบทโดยแมทท์ ซาซามา และเบิร์ค ชาร์ปเลส การที่สตูดิโอเลือกผู้กำกับหน้าใหม่อย่างชอร์มาทำหนังฟอร์มยักษ์ ก็เพราะเขาเคยสร้างชื่อจากผลงานในการเป็นผู้กำกับโฆษณาและทำหนังสั้นอย่าง The Cup of Tears ยิ่งไปกว่านั้นการดัดแปลงบุคคลที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์อย่าง วลาดที่ 3 ให้กลายมาเป็นแดร็กคูล่านั้นก็เป็นการดัดแปลงที่เรียกคว้าว่าเป็นการเชื่อมโยงที่น่าสนใจมากทีเดียว

ไอเดียข้าวของเครื่องใช้หนังคืองานไปสำรวจถึงสายเลือดกับตำนานแวมไพร์ พูดถึงการถ่ายทอดความเป็นไปผ่านความทรงจำหรือความรับผิดชอบ ตัวหนังยังพูดไปถึงเรื่องราวของพ่อเข้ากับลูกชายอีกด้วย และแน่นอนว่ามันจะต้องเน้นองค์ทำในส่วนของความผูกพันที่เขามีต่อลูกชายและชายาของเขา

กิจกรรมดีเลิศวัน วันฮาโลวีน


วันฮาโลวีน


วันฮาโลวีน (Halloween) เป็นงานฉลองในคืนวันที่ 31 ตุลาคม ประเทศทางตะวันตก เด็กๆ จะแต่งกายเป็นภูตผีปีศาจพากันชักชวนเพื่อนฝูงออกไปงานฉลอง มีอยู่การประดับประดาแสงไฟ ด้วยกันที่สำคัญคือแกะสลักฟักทองเป็นโคมไฟ เรียกว่า แจ๊ก-โอ”-แลนเทิร์น (jack-o”-lantern)

การฉลองวันฮาโลวีน นิยมจัดกันในสหรัฐอเมริกา ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร แคนาดา และยังมีในออสเตรเลีย กับนิวซีแลนด์ด้วย รวมถึงประเทศอื่นในทวีปยุโรปก็นิยมจัดงานวันฮาโลวีนเพื่อข้อความสนุกสนาน

ความสดมาวันฮาโลวีน

วันฮาโลวีน เรามักจะคุ้นเคยเรียกกันเป็นภาษาปากว่า วันปล่อยผี ในวันดังกล่าวมักมีการจัดตกแต่งบ้านเรือน ร้านค้า โดยใช้ฟักทองที่คว้านเป็นรูปผี หรือใช้วัสดุอื่น ๆ ประดิษฐ์เป็นตัวผีหรือทำให้มีหน้าตาเป็นผีเพื่อสร้างบรรยากาศให้กลายเป็นงานรื่นเริง วันฮาโลวันมีที่มาอย่างไร และเหตุใดจึงเรียกเช่นนั้นในเรื่องนี้ คณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล แห่งราชบัณฑิตยสถาน ได้จัดทำคำอธิบายถึงประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจของ

การปฏิบัติในคืนวันฮาโลวีน

อังกฤษ

ที่อยู่ประเทศนี้ถือตวาดวันฮาโลวีนนี้เป็นวันดี สมสำหรับจัดงานแต่งงาน การทำนายโชคชะตา ไม่ใช่หรือแม้แต่เรื่องความตายยังถือว่า วันนี้เป็นเพียงวันเดียวที่ภูติผีวิญญาณจะช่วยดลบันดาลให้สิ่งที่คนเป็นต้องการสามารถทั้งเป็นไปตามใจปรารถนา ประมาณเที่ยงคืนของวันฮาโลวีนสาวอังกฤษจะออกมาหว่าน และไถกลบเมล็ดป่าน พร้อมตั้งจิตอธิษฐาน และท่องคาถาร้องขอให้มองเห็นภาพของว่าที่คู่ชีวิตของตนในอนาคต เมื่อสาวเจ้าเหลียวมองผ่านบ่าด้านซ้ายก้จะได้เห็นภาพนิมิตของผู้ที่จะมาเป็นสามีของตนในอนาคต

อีกประเพณีหนึ่งของชาวอังกฤษ คือ การหย่อนเหรียญ 6 เพนนีลงในอ่างน้ำ พร้อมแอปเปิ้ล ผู้ใดสามารถแยกแยะของสองสิ่งนี้ออกจากกันได้โดย ใช้ปากคาบเหรียญ และใช้ส้อมจิ้มแอปเปิ้ลให้ติดได้ในครั้งเดียว ผู้นั้นจะมีโชคดีตลอดปีใหม่ถิ่นที่กำลังจะมาเยือน

อเมริกา

หมวดหมู่เด็กๆ จะสนุกสนานมากในคืนวัน “ฮาโลวีน” เพราะพวกเขาจะได้แต่งตัวเลียนแบบคนตาย ดุจดัง เป็นโจรสลัด, กัปตัน, โครงกระดูก, หญิงในสมัยโบราณ หรือสุดจักคิดค้นกันขึ้นมาอย่างในสมัยปัจจุบัน และก็เดินไปเคาะประตูตามบ้านต่างๆ เพื่อขอขนม, ลูกกวาด ฯลฯ โดยเฉพาะบ้านที่มีลูกฟักทองล้วงเนื้อออกเพื่อใส่เทียนเข้าวางไว้ และจะมีแสงสว่างออกมาจากรูจมูก, ลูกตาและปากที่เจาะวางบนลูกฟักทอง ตั้งไว้หน้าบ้าน เด็กๆ จะเคาะประตูและเมื่อเจ้าของบ้านเปิดประตู พวกเขาก็จะร้องทักว่า “Trick or Treat” ซึ่งเด็กๆ ทั่วไปก็เป็นเพียงคำพูดไร้เดียงสา เพื่อพูดตามธรรมเนียมการขอขนม พวกเขาไม่เข้าใจความหมายแท้จริงของมัน เพราะว่าคำว่า “Trick or Treat” คำนี้ เป็นคำคล้ายคำพูดของพวกบูชาลัทธิปีศาจ ทำนองว่า ทำสนธิสัญญาตกลงกับมันหรือไม่ก็จะมีงานล่อลวงก็เพราะว่าพวกเด็กๆ จักแต่งตัว เป็นผู้ล่วงลับหรือผี ก็ลงมาขู่เจ้าของบ้าน เด็กๆ ไม่เข้าใจความหมาย แท้จริง ก็เลยพูดกันมาตามธรรมเนียม และพวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกไม่ดีอะไร เพียงแต่สนุกสนานเท่านั้น

พวกเจ้าเครื่องใช้บ้านคราวเอาขนม, ลูกกวาดออกมาให้แล้ว บางแห่งก็จะมีการร้องเพลงให้แก่บ้านนั้น ซึ่งบางแห่งดั้งเดิมก็จะสวดภาวนาให้แก่เจ้าของบ้าน หรืออุทิศแด่วิญญาณผู้ล่วงลับ เราไม่จำเป็นต้องทำให้เด็กเสียความรู้สึกกับคำว่า “Trick or Treat” แต่ควรสอนเด็กๆ ว่า ปีศาจซ่อนเร้นอยู่ในรูปภายนอกที่ดูสวยงามคอยหลอกลวงเรา คล้ายมันใส่หน้ากาก หลอกลวงผู้คนเพื่อปิดบังโฉมหน้าแท้จริงของมัน พระคัมภีร์กล่าวว่า “เราทั้งหลายรู้ว่า คนที่เกิดจากพระเจ้าไม่ทำบาป แต่พระบุตรของพระเจ้าได้ทรงคุ้มครองรักษาเขา และมารร้ายไม่แตะต้องเขา เราทั้งหลาย รู้ว่าเราเกิดจากพระเจ้า และโลกทั้งสิ้นอยู่ใต้อานุภาพของมารร้าย” (1ยน. 5:18-19)

ธรรมเนียมการขอขนมก็มาขนมจากประเทศอังกฤษอีกธรรมเนียมหนึ่ง เป็น ธรรมเนียมวัน “กี ฟอว์เก” อันเป็นวันฉลองต่อต้านพวกคาทอลิกข้างในประเทศอังกฤษ “กี ฟอว์เก” เป็นคนไม่รอบคอบแต่มีหน้าที่ดูแลคลังดินปืน ที่วางแผนจะระเบิดรัฐสภาของอังกฤษ และกษัตริย์เจมส์ ที่ 1 ทรงรู้เข้าเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 1605, นาย “กี ฟอว์เก” ถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยงานแขวนคอ ช่วงนี้เองที่ทั้งหลายพวกคิดสนุกก็จะสวมหน้ากากพร้อมกับไปเยี่ยมเยียน บ้านชาวคาทอลิกที่กำลังถูกเบียดเบียนตอนกลางคืนและขอขนมเค้กและเบียร์มาทานกัน วัน “กี ฟอว์เก” มาถึงประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมกับการตั้งนิคมใหม่ของชาวอังกฤษพวกแรกบนทวีปอเมริกา กษัตริย์เจมส์ก็ค่อยๆ เลือนหายไปจากวิถีชีวิต แต่ธรรมเนียม ปฏิบัติยังคงสนุกสนานเกินกว่าจะลืมเลือนได้ ที่สุดเพราะวัน “กี ฟอว์เก” ซึ่งตรงกับวันที่ 5 พฤศจิกายน ใกล้กับวันฉลองนักบุญทั้งหลาย ก็เลื่อนเอาธรรมเนียมขอขนมตามบ้านตอนกลางคืนมาไว้กับวัน “ฮาโลวีน” พร้อมกับการแต่งตัวแปลกๆ ด้วยเลย

แม้ว่า การจัดงาน วัน “ฮาโลวีน” ในปัจจุบันจะไม่บ่งถึงต้นตอของที่มาทางความคิด เรื่อง “นักบุญ”, และ “ผู้ล่วงลับ” อีกทั้งกลายเป็นงาน “ปาร์ตี้” ทางโลกเต็มตัวไปแล้ว แต่ผมเชื่อว่าหากความสนุกสนานจะมีควบคู่ไปกับชีวิตเราแล้วล่ะก้อ, วัน “ฮาโลวีน” ในฐานะเป็นงานสังสรรค์และเพิ่มสีสันให้กับชีวิตก็ไม่น่ารังเกียจอะไร โดยยังมีความหมายว่า “นรก” มีจริง และ “เราควรจะหลีกเลี่ยงให้ได้”, วัน “ฮาโลวีน” น่าจะเตรียมเราให้ระลึกถึงผู้ที่จากเราไปก่อนล่วงหน้าในความเชื่อ, พวกเขาได้รับอยู่บนสวรรค์ และพวกที่ยังต้องชดใช้โทษบาปในไฟชำระ หากใครบางคนหลีกเลี่ยงงาน “ฮาโลวีน” ไม่ได้จริงๆ หรือมีคนมาทักว่างานนี้จะทำให้เด็กๆ กลับไปบูชาปีศาจ ผมก็แนะนำให้บอกต้นตอการเกิดวัน “ฮาโลวีน” ที่แท้จริงแก่พวกเขา และให้พวกเขาได้รู้จัก รากความเชื่อแท้จริงของคาทอลิกอันเกี่ยวกับความตาย, นักบุญผู้ศักดิ์สิทธิ์ และวิญญาณในไฟชำระอันเป็นความเชื่อสำคัญอันหนึ่งของเรา

หากเราคริสตังจะจัดงานวันฮาโลวีนการรับวัฒนธรรมทิ้งประเทศทางตะวันตก โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะแผ่มาทางภาพยนตร์, ข่าวสารทางอินเตอร์เน็ต หนังสือและบทเพลง จนกระทั่งลูกหลานรับกระแสงานวัน “ฮาโลวีน” เราผู้เป็นคริสตังและผู้ใหญ่อาจจะถือว่าเป็นการสนุกรื่นเริงในบ้าน, เพื่อนบ้าน, เพื่อนๆ ของลูกๆ ใกล้หูใกล้ตาเราภายในครอบครัว ก็อาจทำได้ ซึ่งไม่ควรปล่อยลูกหลานไปจัดกันเอง หรือไปจัดกันตามสถานที่ต่างๆ เพราะเป็น เวลากลางคืนอีกทั้งเราควบคุมความปลอดภัยไม่ได้ ส่วนครอบครัวใดที่ไม่มีกระแสตะวันตก ในบ้านก็ไม่ต้องกังวลอะไรกับการจัดงานนี้อย่าลืมว่า ชาวต่างชาติที่เป็นคาทอลิก เมื่อเขาจัดงานวัน “ฮาโลวีน” (31 ตุลาคม) อันเป็นวันสุกดิบก่อนฉลองนักบุญทั้งหลายนั้น เป็นงานรื่นเริงทางสังคม มิใช่พิธีกรรมคาทอลิก แต่ควรแฝงความคิดเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายอันเป็นความเชื่อแบบคริสตังเข้าไว้ด้วย และไม่จำเป็นที่เด็กๆ จะต้องแต่งตัวเป็นนักบุญเพียงอย่างเดียว, การแต่งตัวเป็นวิญญาณต่างๆ และตัวละครที่เกี่ยวข้องกับนรก ก็สื่อความหมายดั้งเดิม การระลึกถึงวิญญาณทุกดวงของคริสตังโบราณว่าเราไม่ลืมเขา

ตำนานตะเกียงฟักทองหรือ ประเพณีแจ็ค โอ แลนเทริน (Jack-O-Lanterns) ตำนานพื้นดินบ้านของชาวไอริช ได้เล่าไว้ว่า มีผู้ชายชื่อว่า แจ็ค โอ แลนเทิร์น ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องดื่มเหล้าเมายาและมีกลลวงมากมาย เคยหลอกให้ซาตานปีนขึ้นไปบนต้นไม้ หลังจากนั้นแจ็คก็จะจัดการแกะสลักรูปไม้กางเขนลงไปบนลำต้นของใช้ต้นไม้นั้น ซึ่งทำให้ซาตานลงจากต้นไม้ไม่ได้ จบแจ็คก็ได้ทำงานต่อรองกับซาตานว่าถ้าซาตานจะไม่จับตัวเขาไปเขาให้สัญญาว่าจะปล่อยซาตานลงจากต้นไม้นั้น

หลังจากแจ็ค โอ แลนเทริน ได้รับตายไปแล้ว เขาปฏิเสธที่จะขึ้นไปอยู่บนสวรรค์เพราะเขามีความคิดไปในทางของความชั่วร้าย แต่เขาก็ยังปฏิเสธที่จะไปอยู่ที่นรกเพราะเขาได้ทำข้อตกลงกับซาตานไว้ดั้งนั้นซาตานได้ให้ถ่านไฟแก่เขาหนึ่งก้อนแทน เพื่อที่จะให้เขาใช้นำทางไปในทางที่มืดและหนาวเย็น ถ่านไฟก้อนนั้นได้ถูกใส่ไว้ข้างในของผักกาดที่กลวงแล้วเพื่อที่จะให้มันจุดอยู่ได้นาน

คนอังกฤษใช้ผักกาดกลวงนี้ตามแบบอย่างดั้งเดิมของ แจ็ค โอ แลนเทรินแต่เมื่อมีการโยกย้ายไปสู่อเมริกาพวกเขาพบว่าฟักทองนั้นสามารถหาได้ง่ายกว่าผักกาด ดังนั้นรูปแบบแจ็ค โอ แลนเทรินในอเมริกาจะอยู่ในรูปของฟักทองกลวงและใส่ถ่านไฟไว้ข้างใน

ในทุกๆวันนี้มีโบสถ์เป็นจำนวนมากที่ได้มีงานจัดงานปาร์ตี้วันฮาโลวีน ออกันถึงสถานบันเทิงต่างๆ อีกหลายแห่งยังไงก็อย่าลืม


นานาไอเดีย แต่งบ้านรับ Halloween สนุก ขนหัวลุก


สิ้นเดือนนี้ 31 ตุลาคม หลายคนคงจำกันได้ว่าเป็นวันปล่อยผี เอ้ยย! วันฮาโลวีน อีกหนึ่งวันสนุกสุดๆ ของหลายคน ที่จะชักชวนกันแต่งตัวทั้งเป็นผีสุดสยองและออกไปปาร์ตี้ แต่ S!Home มีไอเดียดีกว่านั้น อยากเลี้ยงดูทุกคนลองปรับเปลี่ยนบ้านของตัวเองให้กลายเป็นปราสาทมืด หรือบ้านผีสิงแล้วจัดปาร์ตี้ ชักชวนครอบครัว เพื่อนบ้าน กลุ่มเพื่อนมาร่วมสนุกกันที่บ้าน แล้วจะเริ่มแต่งบ้านอย่างไร เราลองมาดูไอเดียที่ทีม S!Home นำมาเสนอให้กับทุกคนกันดีกว่าค่ะ รับรองเมื่อถึงวันฮาโลวีนจะได้เปลี่ยนบรรยากาศให้ค่ำคืนธรรมดาๆ กลายเป็นค่ำคืนสุดมัน และทุกคนยังมีส่วนร่วมกับการตกแต่งบ้านผี ผี อีกด้วย

ประสมเรื่องแนว ฮาโลวีนที่นี่ http://season.sanook.com/halloween/
http://horoscope.sanook.com/72281/

วันปิยมหาราช 2557 มีความสำคัญหมวดไร


วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม


วันปิยมหาราช 2557

พระราชกรณียกิจที่สำคัญ
1. การเลิกทาส พระราชกรณียกิจสิ่งสำคัญยิ่ง ที่ทำให้พระองค์ทรงได้รับพระสมัญญาว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช”
ก็คือ “การเลิกทาส”

สมัยพื้นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ เสด็จขึ้นยัดราชสมบัตินั้น ประเทศไทยมีทาสเป็นจำนวนกว่าหนึ่งในสามของพลเมือง ของประเทศ เพราะเหตุว่าลูกทาสในเรือนเบี้ยได้มีสืบต่อกันเรื่อยมาไม่มีที่สิ้นสุด และเป็นทาสกันตลอดชีวิต พ่อแม่คือทาสแล้ว ลูกที่เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นทาสก็ตกเป็นทาสอีกต่อ ๆ กันเรื่อยไป

กฎหมายที่ใช้กันอยู่ในเวลานั้น ตีราคาลูกทาสในเรือนเบี้ย ชาย 14 ตำลึง หญิง 12 ตำลึง แล้วไม่มีการลด ต้องเป็นทาสไปจนกระทั่ง ชายอายุ 40 หญิงอายุ 30 จึงมีการลดบ้าง คำนวณการลดนี้ อายุทาสถึง 100 ปี ก็ยังมีค่าตัวอยู่ คือชาย 1 ตำลึง หญิง 3 บาท แปลว่า ผู้ที่เกิดในเรือนเบี้ย ถ้าไม่มีเงินมาไถ่ตัวเองแล้ว ก็ต้องเป็นทาสไปตลอดชีวิต

ในการนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ ได้ตราพระราชบัญญัติขึ้น เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2417 ให้มีผลย้อนหลังไปถึงปีที่ พระองค์เสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ จึงมีบัญญัติว่า ลูกทาสซึ่งเกิดเมื่อปีมะโรง พ.ศ.2411 ให้มีสิทธิได้ลดค่าตัวทุกปี โดยกำหนดว่า เมื่อแรกเกิด ชายมีค่าตัว 8 ตำลึง หญิงมีค่าตัว 7 ตำลึง เมื่อลดค่าตัวไปทุกปีแล้ว พอครบอายุ 21 ปีก็ให้ขาดจากความเป็นทาสทั้งชายและหญิง

ข้าทาสและไพร่ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ซึ่งหลุดพ้นจากระบบดั้งเดิม
ได้กลายเป็นราษฎรสยามและต่างมีโอกาสประกอบ อาชีพหลากหลาย

พอถึงปี 2448 ก็ได้ให้กำเนิดพระราชบัญญัติเลิกทาสที่ครันจริงขึ้น กู่เรียกว่า “พระราชบัญญัติทาส ร.ศ.124” (พ.ศ.2448) เลิกเรื่องลูกทาส ในเรือนเบี้ยอย่างเด็ดขาด เด็กที่เกิดจากทาส ไม่เป็นทาสอีกต่อไป การซื้อขายทาสเป็นโทษทางอาญา ส่วนผู้ที่เป็นทาสอยู่แล้ว ให้นายเงินลดค่าตัวให้เดือนละ 4 บาท จนกว่าจะหมด

2. การปฏิรูประเบียบบริหารราชการ การบริหารแผ่นดินในต้นรัตนโกสินทร์นั้น คงดำเนินตามแบบที่ได้ทำมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ผิดแต่ว่ามีกรมต่าง ๆ เพิ่มขึ้นบ้าง อย่างไรก็ตามหลักของการบริหารนั้น คงมีอัครมหาเสนาบดี 2 ตำแหน่ง คือ สมุหกลาโหม ว่าการฝ่ายทหาร สมุหนายก ติเตียนการพลเรือน ซึ่งกั้นออกเป็นกรมเมืองหรือกรมนครบาล กรมวัง กรมคลัง และกรมนา

ครั้นแม้ว่ารัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงบรรลุนิติภาวะเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติด้วยพระองค์เองเมื่อ พ.ศ.2416 นั้น เนื่องจากพระองค์ได้เสด็จต่างประเทศดูแบบแผนการปกครองที่ชาวยุโรป นำมาใช้ในสิงคโปร์ ชวา และอินเดียแล้ว ถวัลย์พระราชปรารภว่า สมควรจะได้วางระเบียบราชการ บริหารส่วนกลางเสียใหม่ตามแบบอย่างอารยประเทศ โดยจัดจำแนกราชการเป็นกรมกองต่าง ๆ มีหน้าที่เป็นหมวดเหล่า ไม่ก้าวก่ายกัน ดังนั้นใน พ.ศ.2418 พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้แยกกระทรวงพระคลังออกจากกรมท่า ไม่ก็ต่างประเทศ พร้อมด้วยตั้งหอรัษฎากรพิพัฒน์ปฏิบัติหน้าที่เก็บรายได้ของแผ่นดินทุกแผนกขึ้นเป็นครั้ง แรก

ต่อจากนั้น ก็ได้ทรงปรับปรุงหน้าที่ของกรมต่าง ๆ ที่มีอยู่แต่เดิมแจกเป็นระเบียบเรียบร้อยโดยรวมกรมต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายเวลานั้นเข้าเป็นกระทรวง กระทรวงหนึ่ง ๆ ก็มีหน้าที่อย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างพอเหมาะสม

กระทรวงซึ่งมีอยู่ในตอนแรก ๆ เปิดตัวแถลงราชสมบัตินั้นเพียง 6 กระทรวง คือ

กระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่ปกครองหัวเมืองฝ่ายเหนือ

กระทรวงกลาโหม มีธุระปกครองหัวเมืองฝ่ายใต้ และการทหารบก ทหารเรือ

กระทรวงนครบาล มีหน้าที่บังคับบัญชาการรักษาพระนคร คือปกครองมณฑลกรุงเทพ ฯ

กระทรวงวัง มีหน้าที่บังคับบัญชาการแห่งพระบรมมหาราชวัง

กระทรวงการคลัง มีหน้าที่จัดแจงอันเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ และการพระคลัง

กระทรวงเกษตราธิการ มีหน้าที่จัดการไร่นา

เพื่อให้เหมาะสมกับสมัย จึงได้เปลี่ยนแปลงหน้าที่ของกระทรวงบางกระทรวง และเพิ่มอีก 4 กระทรวง รวมเป็น 10 กระทรวง คือ

1. กระทรวงการต่างประเทศ แบ่งหน้าที่มาจากกระทรวงการคลังเก่า มีหน้าที่ตั้งราชทูตไปประจำสำนักต่างประเทศ เนื่องจากเวลานั้นชาวยุโรปได้ตั้งกงสุลเข้ามาประจำอยู่ในกรุงเทพ ฯ บ้างแล้ว สมเด็จกรมพระยาเทววงศ์วโรปการ เป็นเสนาบดีกระทรวงนี้เป็นพระองค์แรก และใช้พระราชวังสราญรมย์เป็นสำนักงาน เริ่มระเบียบร่างเขียนและเก็บจดหมายราชการ ตลอดจนมีข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยมาทำงานตามเวลา ซึ่งนับเป็นแบบแผนให้กระทรวงอื่น ๆ ทำตามต่อมา

2. กระทรวงยุติธรรม แต่ก่อนการพิจารณาพิพากษาคดีไม่ได้รวมอยู่ในกรมเดียวกัน พร้อมกับไม่ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาคนเดียวกัน เป็นเหตุให้วิธีพิจารณาพิพากษาไม่เหมือนกัน ต่างกระทรวงต่างตัดสิน จึงโปรด ฯ ให้รวมผู้พิพากษา ตั้งเป็นกระทรวงยุติธรรมขึ้น

3. กระทรวงโยธาธิการ รวบรวมการโยธาจากกระทรวงต่าง ๆ มาไว้ที่เดียวกัน พร้อมกับให้กรมไปรษณีย์โทรเลข และกรมรถไฟรวมอยู่ในกระทรวงนี้ด้วย

4. กระทรวงธรรมการ แยกกรมธรรมการและสังฆการีจากกระทรวงมหาดไทย เอามารวมกับกรมศึกษาธิการ ตั้งขึ้นเป็นกระทรวงธรรมการมีหน้าที่ตั้งโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ฝึกหัดบุคคล ให้เป็นครู สอนวิชาตามวิธีของชาวยุโรป เสมอเรียงตำราเรียน และตั้งโรงเรียนขึ้นทั่วราชอาณาจักร

ทั้งนี้ได้ทรงเริ่มจัดการตำแหน่งหน้าที่ราชการดังกล่าวตั้งแต่ พ.ศ.2431 จัดให้มีเสนาบดีสภา มีสมาชิกเป็นหัวหน้ากระทรวง 10 นาย และหัวหน้ากรมยุทธนาธิการ กับกรมราชเลขาธิการ ซึ่งมีฐานะเท่ากระทรวงก็ได้เข้านั่งในสภาด้วย รวมเป็น 12 นาย พระองค์ทรงเป็นประธานมา 3 ปีเศษ

แต่เดิมเสนาบดีมีฐานะต่าง ๆ กัน แบ่งเป็น 3 คือ เสนาบดีมหาดไทยกับกลาโหมมีอยู่ฐานะเป็นอัครมหาเสนาบดี เสนาบดีนครบาล พระคลังและเกษตราธิการ มีฐานะเป็นจตุสดมภ์ เสนาบดีการต่างประเทศ ยุติธรรม ธรรมการและโยธาธิการ เรียกกันว่า เสนาบดีตำแหน่งใหม่ ครั้นเมื่อมีประกาศ เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2435 จึงเรียกเสนาบดีเหมือนกันหมด มิเรียกอัครเสนาบดีด้วยกันจตุสดมภ์อีกต่อไป

3. การศึกษา ใน รัชกาลนี้คว้าโปรดแยกออกขยายการศึกษาขึ้นหมายถึงอันมากใน พ.ศ.2414 ได้โปรดให้จัดตั้งโรงเรียนหลวงขึ้นในพระบรมมหาราชวัง แล้วมีหมายประกาศชักชวนพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการให้ส่งบุตรหลานเข้า เรียน โรงเรียนภาษาไทยนี้ โปรดให้พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจาริยางกูร) เป็นอาจารย์ใหญ่ ต่อมาตั้งโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษขึ้นอีกโรงเรียนหนึ่ง ให้นายยอช แปตเตอร์สัน เป็นอาจารย์ใหญ่ โรงเรียนทั้งสองนี้ขึ้นอยู่ในกรมทหารมหาดเล็ก

ต่อมาโปรดให้ตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับราษฎรขึ้นและจัดตั้งขึ้นตามวัดต่างๆ ตามประเพณีนิยมของราษฎร โรงเรียนหลวงนี้ได้จัดตั้งขึ้นที่ “วัดมหรรณพาราม” เป็นแห่งแรก แล้วจึงแพร่หลายออกไปตามหัวเมืองทั่ว ๆ ไป โปรดให้ตั้งกรมศึกษาธิการ ขึ้นในปี พ.ศ.2428 และจัดให้มีการสอบไล่ครั้งแรกใน พ.ศ.2431 ต่อมาในปี พ.ศ.2433 ได้มีการปฏิวัติแบบเรียน โดยให้เลิกสอนตามแบบเรียน 6 กลุ่ม มีมูลบทบรรพกิจเป็นต้น ของพระยาศรีสุนทรโวหาร มาใช้แบบเรียนเร็วของกรมพระยาดำรงราชานุภาพแทน ในที่สุดได้โปรดให้จัดตั้งกระทรวงธรรมการขึ้น จัดการศึกษาและการศาสนาขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2435 การศึกษาก็เจริญก้าวหน้าสืบมาโดยลำดับ

4. การศาล เฉพาะเดิมมากรมต่าง ๆ ต่างมีศาลของตนเองสำหรับพิจารณาคดี ทำเนียบคนในกรมของตนเกิดกรณีพิพาทกันขึ้น แต่ศาลนี้ก็เป็นไปอย่างยุ่งเหยิง เปล่าเป็นระเบียบ ใน พ.ศ.2434 จึงได้ตั้งกระทรวงยุติธรรมขึ้น เพื่อรวบรวมศาลต่าง ๆ ให้มาขึ้นอยู่ในกระทรวงเดียวกัน นอกจากนั้นในการพิจารณาสอบสวนคดี ก็ใช้วิธีจารีตนครบาล คือ ทำทารุณต่อผู้ต้องหา เพื่อให้รับสารภาพ เช่น บีบขมับ ตอกเล็บ เฆี่ยนหลัง และทรมานแบบอื่น ๆ มีชีวิตธรรมดาอยู่เองที่ผู้ต้องหาทนไม่ไหว ก็จำต้องสารภาพ จึงได้ตราพระราชบัญญัติขึ้น ใช้วิธีพิจารณาหลักฐานจากพยานบุคคลหรือเอกสาร แดนการสอบสวนแบบจารีตนครบาลนั้นให้กรีธาเลิก

ได้จัดตั้งศาลโปริสภาขึ้นเมื่อ พ.ศ.2435 ต่อมาได้จัดตั้งศาลมณฑลขึ้น โดยตั้งที่มณฑลอยุธยาเป็นมณฑลแรก และขยายต่อไปครบทุกมณฑล

5. งานคมนาคม คว้าโปรดให้สร้างถนนและสะพานขึ้นเป็นอันเยอะแยะ ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ขยายถนนบำรุงเมือง ถนนที่ทรงสร้างใหม่ คือ ถนนเยาวราช ถนนราชดำเนินกลาง ถนนราชดำเนินนอก ถนนดินสอ ถนนบูรพา ถนนอุณากรรณ ดำรงฐานะต้น ในตุ๊เจ้าราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาปีหนึ่ง ๆ ทรงสละพระราชทรัพย์สร้างสะพานขึ้น ซึ่งมีคำว่า “เฉลิม” นำหน้า เช่น สะพานเฉลิมศรี สะพานเฉลิมสวรรค์ สะพานอื่น ๆ ที่สำคัญทรงสร้างขึ้น เช่น สะพานมัฆวานรังสรรค์ สะพานเทวกรมรังรักษ์ โปรดให้ขุดคลองต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางคมนาคม ด้วยกันส่งเสริมการเพาะปลูก

ลอยกระทง ภาพถ่ายแบบกระทง ในปีนี้ ลอกระทง 2557 ที่ดินไหนเกียดกันบ้าง


วันลอยกระทง 2557 ประวัติวันลอยกระทง

วันลอยกระทง 2557
ลอยกระทง เป็นพิธีอย่างหนึ่งที่มักจะทำกันในคืนวันเพ็ญ เดือน 12 หรือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 อันเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง และเป็นช่วงที่น้ำหลากเต็มตลิ่ง โดยจะมีการนำดอกไม้ ธูป เทียนหรือสิ่งของใส่ลงในสิ่งประดิษฐ์รูปต่างๆ ที่ไม่จมน้ำ เช่น กระทง เรือ แพ ดอกบัว ฯลฯ แล้วนำไปลอยตามลำน้ำ โดยมีวัตถุประสงค์ และความเชื่อต่างๆ กัน ในปีนี้ วันลอยกระทง ตรงกับ วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2556

ประเพณีลอยกระทง มิได้มีแต่ในประเทศไทยเท่านั้น ในประเทศจีน อินเดีย เขมร ลาว และพม่า ก็มีการลอยกระทงคล้ายๆ กับบ้านเรา จะต่างกันบ้าง ก็คงเป็นเรื่องรายละเอียด พิธีกรรม และความเชื่อในแต่ละท้องถิ่น แม้แต่ในบ้านเราเอง การลอยกระทง ก็มาจากความเชื่อที่หลากหลายเช่นกัน ซึ่งกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ได้รวบรวมมาบอกเล่าให้ทราบกันดังต่อไปนี้

ทำไมถึงลอยกระทง

การลอยกระทง เป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า ปฏิบัติกันมาแต่เมื่อไร เพียงแต่ท้องถิ่นแต่ละแห่ง ก็จะมีจุดประสงค์และความเชื่อในการลอยกระทงแตกต่างกันไป เช่น ในเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ก็จะเป็นการบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์, เป็นบูชารอยพระพุทธบาท ณ หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำนัมมทา ซึ่งปัจจุบันคือแม่น้ำเนรพุททาในอินเดีย หรือต้อนรับพระพุทธเจ้า ในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งไปโปรดพระพุทธมารดา

ตถุประสงค์ของวันลอยกระทง

นอกจากนี้ ลอยกระทง ก็ยังมีวัตถุประสงค์ เพื่อบูชาพระอุปคุตเถระที่บำเพ็ญบริกรรมคาถาในท้องทะเลลึก หรือสะดือทะเล บางแห่งก็ลอยกระทง เพื่อบูชาเทพเจ้าตามความเชื่อของตน บางแห่งก็เพื่อแสดงความขอบคุณพระแม่คงคา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำให้มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งขอขมาที่ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไป ส่วนบางท้องที่ ก็จะทำเพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับ หรือเพื่อสะเดาะเคราะห์ ลอยทุกข์โศกโรคภัยต่างๆ และส่วนใหญ่ก็จะอธิษฐานขอสิ่งที่ตนปรารถนาไปด้วย

พระยาอนุมานราชธน ได้สันนิษฐานว่า ต้นเหตุแห่งการลอยกระทง อาจมีมูลฐานเป็นไปได้ว่า การลอยกระทงเป็นคติของชนชาติที่ประกอบกสิกรรม ซึ่งต้องอาศัยน้ำเป็นสำคัญ เมื่อพืชพันธุ์ธัญชาติงอกงามดี และเป็นเวลาที่น้ำเจิ่งนองพอดี ก็ทำกระทงลอยไปตามกระแสน้ำไหล เพื่อขอบคุณแม่คงคา หรือเทพเจ้าที่ประทานน้ำมาให้ความอุดมสมบูรณ์ เหตุนี้ จึงได้ลอยกระทงในฤดูกาลน้ำมาก และเมื่อเสร็จแล้ว จึงเล่นรื่นเริงด้วยความยินดี เท่ากับเป็นการสมโภชการงานที่ได้กระทำว่า ได้ลุล่วงและรอดมาจนเห็นผลแล้ว ท่านว่าการที่ชาวบ้านบอกว่า การลอยกระทงเป็นการขอขมาลาโทษ และขอบคุณต่อแม่คงคา ก็คงมีเค้าในทำนองเดียวกับการที่ชาติต่างๆ แต่ดึกดำบรรพ์ได้แสดงความยินดี ที่พืชผลเก็บเกี่ยวได้ จึงได้นำผลผลิตแรกที่ได้ ไปบูชาเทพเจ้าที่ตนนับถือ เพื่อขอบคุณที่บันดาลให้การเพาะปลูกของตนได้ผลดี รวมทั้งเลี้ยงดูผีที่อดอยาก และการเซ่นสรวงบรรพบุรุษที่ล่วงลับ เสร็จแล้วก็มีการสมโภชเลี้ยงดูกันเอง

ต่อมาเมื่อมนุษย์มีความเจริญแล้ว การวิตกทุกข์ร้อน เรื่องเพาะปลูกว่าจะไม่ได้ผลก็น้อยลงไป แต่ก็ยังทำการบวงสรวง ตามที่เคยทำมาจนเป็นประเพณี เพียงแต่ต่างก็แก้ให้เข้ากับคติลัทธิทางศาสนาที่ตนนับถือ เช่น มีการทำบุญสุนทานเพิ่มขึ้นในทางพุทธศาสนา เป็นต้น แต่ที่สุด ก็คงเหลือแต่การเล่นสนุกสนานรื่นเริงกันเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ดี ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น การลอยกระทงจึงมีอยู่ในชาติต่างๆทั่วไป และการที่ไปลอยน้ำ ก็คงเป็นความรู้สึกทางจิตวิทยา ที่มนุษย์โดยธรรมดา มักจะเอาอะไรทิ้งไปในน้ำให้มันลอยไป

ทำไมกระทงส่วนใหญ่เป็นรูปดอกบัว ในหนังสือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือตำนานนางนพมาศ ซึ่งเป็นพระสนมเอก ของพระมหาธรรมราชาลิไทยหรือพระร่วง แห่งกรุงสุโขทัย ได้กล่าวถึงวันเพ็ญเดือนสิบสองว่า เป็นเวลาเสด็จประพาสลำน้ำ ตามพระราชพิธีในเวลากลางคืน และได้มีรับสั่งให้บรรดาพระสนมนางในทั้งหลาย ตกแต่งกระทงประดับดอกไม้ธูปเทียน นำไปลอยน้ำหน้าพระที่นั่ง ในคราวนั้น ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือนางนพมาศพระสนมเอก ก็ได้คิดประดิษฐ์กระทงเป็นรูปดอกบัวกมุทขึ้น ด้วยเห็นว่าเป็นดอกบัวพิเศษ ที่บานในเวลากลางคืนเพียงปีละครั้งในวันดังกล่าว สมควรทำเป็นกระทงแต่งประทีป ลอยไปถวายสักการะรอยพระพุทธบาท ซึ่งเมื่อพระร่วงเจ้าได้ทอดพระเนตรเห็น ก็รับสั่งถามถึงความหมาย นางก็ได้ทูลอธิบายจนเป็นที่พอพระราชหฤทัย พระองค์จึงมีพระราชดำรัสว่า “แต่นี้สืบไปเบื้องหน้าโดยลำดับ กษัตริย์ในสยามประเทศ ถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์ วันเพ็ญเดือน 12 ให้นำโคมลอยเป็นรูปดอกบัว อุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน” ด้วยเหตุนี้ เราจึงเห็นโคมลอยรูปดอกบัวปรากฏมาจนปัจจุบัน
ตำนานและความเชื่อวันลอยกระทง

จากที่กล่าวมาข้างต้นว่า การลอยกระทง ในแต่ละท้องที่ก็มาจากความเชื่อ ความศรัทธาที่แตกต่างกัน บางแห่งก็มีตำนานเล่าขานกันต่อๆมา ซึ่งจะยกตัวอย่างบางเรื่องมาให้ทราบ ดังนี้

เรื่องแรก ว่ากันว่าการลอยกระทง มีต้นกำเนิดมาจากศาสนาพุทธนั่นเอง

กล่าวคือก่อนที่พระพุทธองค์จะตรัสรู้ เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ประทับอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ใกล้แม่น้ำเนรัญชรา กาลวันหนึ่ง นางสุชาดาอุบาสิกาได้ให้สาวใช้นำข้าวมธุปายาส (ข้าวกวนหุงด้วยน้ำผึ้งหรือน้ำอ้อย) ใส่ถาดทองไปถวาย เมื่อพระองค์เสวยหมดแล้ว ก็ทรงตั้งสัตยาธิษฐานว่า ถ้าหากวันใดจะสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า ก็ขอให้ถาดลอยทวนน้ำ ด้วยแรงสัตยาธิษฐาน และบุญญาภินิหาร ถาดก็ลอยทวนน้ำไปจนถึงสะดือทะเล แล้วก็จมไปถูกขนดหางพระยานาคผู้รักษาบาดาล

พระยานาคตื่นขึ้น พอเห็นว่าเป็นอะไร ก็ประกาศก้องว่า บัดนี้ได้มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อุบัติขึ้นในโลกอีกองค์แล้ว ครั้นแล้วเทพยดาทั้งหลายและพระยานาค ก็พากันไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า และพระยานาคก็ได้ขอให้พระพุทธองค์ ประทับรอยพระบาทไว้บนฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา เพื่อพวกเขาจะได้ขึ้นมาถวายสักการะได้ พระองค์ก็ทรงทำตาม ส่วนสาวใช้ก็นำความไปบอกนางสุชาดา ครั้นถึงวันนั้นของทุกปี นางสุชาดาก็จะนำเครื่องหอม และดอกไม้ใส่ถาดไปลอยน้ำ เพื่อไปนมัสการรอยพระพุทธบาทเป็นประจำเสมอมา และต่อๆ มาก็ได้กลายเป็นประเพณีลอยกระทง ตามที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

ในเรื่องการประทับรอยพระบาทนี้ บางแห่งก็ว่า พญานาคได้ทูลอาราธนาพระพุทธเจ้า ไปแสดงธรรมเทศนาในนาคพิภพ เมื่อจะเสด็จกลับ พญานาคได้ทูลขออนุสาวรีย์จากพระองค์ไว้บูชา พระพุทธองค์จึงได้ทรงอธิษฐาน ประทับรอยพระบาทไว้ที่หาดทรายแม่น้ำนัมมทา และพวกนาคทั้งหลาย จึงพากันบูชารอยพระพุทธบาทแทนพระองค์ ต่อมาชาวพุทธได้ทราบเรื่องนี้ จึงได้ทำการบูชารอยพระบาทสืบต่อกันมา โดยนำเอาเครื่องสักการะใส่กระทงลอยน้ำไป ส่วนที่ว่าลอยกระทงในวันเพ็ญ เดือน 11 หรือวันออกพรรษา เพื่อเฉลิมฉลองวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้า เสด็จกลับมาสู่โลกมนุษย์ หลังการจำพรรษา 3 เดือน ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อแสดงอภิธรรมโปรดพุทธมารดานั้น ก็ด้วยวันดังกล่าว เหล่าทวยเทพและพุทธบริษัท พากันมารับเสด็จนับไม่ถ้วน พร้อมด้วยเครื่องสักการบูชา และเป็นวันที่พระพุทธองค์ได้เปิดให้ประชาชนได้เห็นสวรรค์ และนรกด้วยฤทธิ์ของพระองค์ คนจึงพากันลอยกระทง เพื่อเฉลิมฉลองรับเสด็จพระพุทธเจ้า

สำหรับคติที่ว่า การลอยกระทงตามประทีป เพื่อไปบูชาพระเกศแก้วจุฬามณี บนสรวงสรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น ก็ว่าเป็นเพราะตรงกับวันที่พระพุทธเจ้า เสด็จออกบรรพชาที่ริมฝั่งแม่น้ำอโนมา ทรงใช้พระขรรค์ตัดพระเกศโมลีขาด ลอยไปในอากาศตามที่ทรงอธิษฐาน พระอินทร์จึงนำผอบแก้วมาบรรจุ แล้วนำไปประดิษฐานไว้ในจุฬามณีเจดีย์ บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ (ตามประทีป คือ การจุดประทีป หรือจุดไฟในตะเกียง /โคม หรือผาง-ถ้วยดินเผาเล็กๆ) ซึ่งทางเหนือของเรา มักจะมีการปล่อยโคมลอย หรือโคมไฟที่เรียกว่า ว่าวไฟ ขึ้นไปในอากาศเพื่อบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีด้วย

ร่วมลอยกระทงออนไลน์กันได้ที่นี่จร้า http://season.sanook.com/loykrathong/

แจ๊ส ชวนชื่น ติดตามข่าวคราวคืบข้างได้ระวางนี่


แจ๊ส ชวนชื่น ขอโทษ คลิปสยิวยืนให้สาวอึ๋มนัวเนีย

จากกรณีคลิปวิดีโอการหมายโชว์สุดวาบหวิวในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านศรีนครินทร์ ภาพ 2 สาวเซ็กซี่ที่สวมใส่เช่นชุดชั้นณตัวจิ๋วกำลังเต้นยั่วยวนกอปรจังหวะ ลูบไล้เรือนร่างชายหนุ่มคนหนึ่งที่ลักษณะคล้ายกับ แจ๊ส ชวนชื่น ดาราตลกชื่อดัง จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความเหมาะสมในโลกออนไลน์ เนื่องจากในโชว์มีการเปลื้องผ้าอย่างโจ่งแจ้งด้วย

ล่าสุด “แจ๊ส ชวนชื่น” ได้ออกมาขอโทษกับคลิปภาพที่ถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโลกออนไลน์ในยุคนี้ พร้อมกับยอมรองว่าเป็นชายคนดังกล่าวถิ่นที่ปรากฏอยู่ในคลิป ย้ำว่าสิ่งที่เห็นเป็นเพียงการแสดง อย่างไรก็ตามอาจจะเกินเลยด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พ่างแค่แสดงโชว์ตลกให้แขกภายในร้านอาหารเท่าเทียมนั้น แจ๊ส ชวนชื่น ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม @jazzpadung ว่า

“สิ่งที่ผมประกอบบางอย่าง ผมอาจหาญรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เครื่องที่ผมทำมันคืองานแสดงจริงๆ ครับ ช่วงที่อยู่บนเวทีผมคิดอยู่อย่างเดียวแหละครับว่า จะทำยังไงให้คนฮา คนสะใจ ให้มันเป็นมุขตลก ผมไม่มีเจตนาใดๆ เลยครับ แต่กลับมดูผมรู้เลยว่ามันแรงไปในสิ่งที่ผมทำ การทำงานบางอย่างที่ผมคิดว่ามันฮา แต่กลับมีผลไม่ดีกับตัวผม ผมต้องขอโทษเมียผม ครอบครัวผมด้วยนะครับ ที่ผมทำแบบนี้ลงไป และขอโทษทุกคนที่ไม่เห็นกับสิ่งที่ผมทำ โดยไม่ทันคิดถึงคนที่ชอบผม ความผิดผมน้อมรับครับ ขอโทษจริงๆ จากใจ ให้อภัยผมด้วย มันคือการแสดง ขอโทษจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจครับ”

นอกจากนี้ หนุ่มแจ๊ส ยังได้โพสต์ภาพครอบครัว ภาพตัวเองกำลังอุ้มลูกสาว “น้องปานฟ้า” และมี “แจง” ภรรยาสาวร่วมอยู่ในเฟรมด้วย โดยระบุข้อความว่า “ผมไม่มีเจตนา ผมคือคนหนึ่งที่สร้างความสุขในที่ต่างๆ ที่ผมรู้ว่าที่นั้นควรเล่นแบบไหนให้คนมีความสุข แต่สุดท้ายคือที่นี่ครับ พร้อมด้วยผมจะไม่ทำอีก สิ่งแผ่นดินผมพลาดโปรดประทานอภัย ราตรีสวัสดิ์ครับ!!!!”

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ แจ๊ส ชวนชื่น ออกมายอมรับและขอโทษกับการกระทำดังกล่าว มีผู้เข้าแสดงความคิดเห็นเป็นกำลังใจ พร้อมติเตือนให้ระมัดระวังครอบครอบในการทำงานหรือแสดงโชว์ต่างๆ ควรอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมด้วย


แจ๊ส ชวนชื่น น้อมรับผิดคลิปยืนให้สาวนัวเนีย ลั่นเดินหน้าง้อภรรยา


เรื่องเล่าเช้าตรงนี้ แจ๊ส น้อมรับผิดคลิปยืนยกให้สาวนัวเนีย ลั่นเดินหน้าง้อภรรยา (นาทีที่ 03.40)

หลังจากเกิดกรณีเกิดเสียงวิจารณ์อย่างหนักถึงคลิปที่โพสต์ลงบนยูทูปเมื่อ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา โดย YouTube Thai Variety เป็นแจ๊ส ชวนชื่น ศิลปินตลกชื่อดัง แสดงสดบนเวทีซึ่งระบุว่าในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่าน ศรีนครินทร์ ใช้ชื่อคลิปว่า แจ๊ส ชวนชื่น คนรักเมีย (รักเมียขนาดใหน? ไปดูกัน!!) ซึ่งมีผู้เข้าไปชมกันจำนวนมาก

คลิปวิดีโอดังกล่าวเป็นการแสดงโชว์สุดวาบหวิวภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านศรีนครินทร์ ภาพ 2 สาวเซ็กซี่ที่นุ่งใส่เพียงชุดชั้นณตัวจิ๋วกำลังเต้นยั่วยวนประกอบจังหวะ ลูบไล้เรือนร่างชายหนุ่มบุคคลหนึ่งที่ลักษณะคล้ายกับ แจ๊ส ชวนชื่น ดาราตลกชื่อดัง จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความเหมาะสมในโลกออนไลน์ เนื่องจากในโชว์มีการเปลื้องผ้าดุจโจ่งแจ้งเพราะว่า

ล่าสุด “แจ๊ส ชวนชื่น” ได้ออกลูกมาขอโทษกับคลิปภาพที่ถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโลกออนไลน์ในเวลานี้ พร้อมกับยอมรับว่าเป็นชายคนดังเสนอที่ปรากฏอยู่ในคลิป ย้ำดุสิ่งที่เห็นเป็นเพียงการแสดง เสียแต่ว่าอาจจะเกินเลยด้วยเหตุรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพียงแค่แสดงโชว์ตลกให้แขกภายในร้านอาหารเท่านั้น แจ๊ส ชวนชื่น ได้โพสต์ข้อเนื้อความผ่านอินสตาแกรม @jazzpadung ว่า

iPad Air 2 ถกตัว 16 ตุลาคมนี้


Apple เปิดตัว iPad air 2, iPad mini 3 คาดตัวเลข

ยินยอมที่คาดเดากันได้ตามรอบการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple ล่าสุด ทางบริษัทได้เปิดตัว iPad Air 2 โดยหลักๆ ก็มีขนาดหน้าจอ 9.7 นิ้ว บางลง-เร็วขึ้น-แรงขึ้น และมาพร้อมกับราคาเริ่มต้นที่ $499 เหรอราว 16,200 บาท ในฤกษ์เดียวกันก็ได้เปิดตัว iPad mini 3 มาด้วย หลักๆ ก็มีขนาดหน้าจอ 7.9 นิ้ว ในรายงานของ Macthai.com หาได้รวบรวมสเป็คไว้ดังต่อเสด็จพระราชดำเนินนี้ครับ

สรุป Spec โดยรวมของ iPad Air 2 มีดังนี้

ความหนาเพียง 6.1 นิ้ว นั่นคือมีกรณีบางกว่าเดิมถึง 18% เลยทีเดียว (iPad Air มีความหนา 0.3 นิ้ว หรือประมาณ 7.5 มิลลิเมตร)
หน้าจอยังคงมีขนาด 9.7 นิ้ว
หน้าจอมีการปรับปรุงสามารถลดการสะท้อนแสงได้ดีขึ้นถึง 56%
ปุ่ม Home เป็น Touch ID รองรับการอ่านลายนิ้วมือ
ชิปประมวลผล Apple A8X ซึ่งเร็วกว่าเดิมถึง 40% (iPad Air ใช้ชิปประมวลผล Apple A7 64 bit)
ตัวกล้องหลัง iSight มีขนาด 8.0 MP 1080P มาครบถ้วนกับการถ่าย Video แบบ Slo-mo 240 fps ส่วนกล้องหน้า Facetime HD Camera ได้รับการปรับปรุงด้วยเช่นกัน (iPad Air มีกล้องหน้า Facetime HD Camera ขนาด 1.2 MP 720P ส่วนกล้องยาสูบหลัง iSight มีขนาด 5.0 MP)
แบตอึดขึ้นสามารถใช้งานได้นานถึง 10 ชั่วโมง
ส่วนราคาของ iPad Air 2 ที่หลายคนตั้งตารอคอยนั้นเริ่มต้นที่ $499 (ราว 16,200 บาท) สำหรับรุ่น Wifi only และ $629 (ราว 20,400 บาท) สำหรับรุ่น Wifi+Cellular ส่วน iPad Air 2 รุ่นเก่าหายราคาลงโดยเริ่มต้นที่ $399 (ราว 12,900 บาท) สำหรับรุ่น Wifi Only สรุปราคาทั้งหมดได้ดังนี้

$499 สำหรับ iPad Air 2 (Wifi Only) ความจุ 16 GB
$599 สำหรับ iPad Air 2 (Wifi Only) ความจุ 64 GB
$699 สำหรับ iPad Air 2 (Wifi Only) ความจุ 128 GB
$629 สำหรับ iPad Air 2 (Wifi + Cellular) ความจุ 16 GB
$729 สำหรับ iPad Air 2 (Wifi + Cellular) ความจุ 64 GB
$829 สำหรับ iPad Air 2 (Wifi + Cellular) ความจุ 128 GB
ส่วน iPad mini 3
สรุป Spec โดยรวมของ iPad mini 3 มีดังนี้

ขนาดของตัวเครื่องกว้างยาวอยู่ที่ 5.3×7.87 นิ้ว หรือประมาณ 134.7×200 มิลลิเมตร เท่ากับ iPad mini 2
คดีหนาของ iPad mini มีความหนา 0.3 นิ้วหรือประมาณ 7.5 มิลลิเมตร เท่ากับ iPad mini 2
น้ำหนักของ iPad mini 3 รุ่น Wifi Only อยู่ที่ 0.73 ปอนด์หรือประมาณ 331 กรัม ส่่วนรุ่น Wifi+Cellular มีน้ำหนัก 0.752 ปอนด์หรือประมาณ 341 กรัม ซึ่งเท่ากับ iPad mini 2
หน้าจอยังคงมีขนาด 7.9 นิ้ว
หน้าจอมีงานปรับปรุงทำเป็นลดการสะท้อนแสงได้รับดีขึ้นถึง 56%
ปุ่ม Home เป็น Touch ID รองรับการอ่านลายนิ้วมือ
Resolution ของ iPad mini 3 มี Resolution เท่ากับ 2,048 x 1,536 (326 ppi) ทัดเทียมเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ชิปประมวลผล Apple A7 ซึ่งเร็วกว่าเดิมถึง 40% (iPad mini 2 ใช้ชิปประมวลผล Apple A7 64 bit)
ตัวกล้องของ iPad mini 3 มีกล้องหน้า Facetime HD Camera ขนาด 1.2 MP 720P ส่วนกล้องหลัง iSight มีขนาด 5.0 MP 1080p video
แบตอึดขึ้นสามารถใช้งานได้นานถึง 10 ชั่วโมง
มาพร้อมกับ iOS 8
นอกจากการเปิดตัวฮาร์ดแวร์ 2 ตัวนี้แล้ว ทาง Apple ยังเปิดตัว iMac with Retina 5K display (จอ 27 นิ้ว และชัดมากๆ), Mac mini รุ่นใหม่, iCloud Drive ออกลูกมาอีกด้วยครับ ใครเป็นสาวก Mac แล้วอยากอัปเกรดเครื่องเก่าๆ มารุ่นใหม่ๆ ก็ถึงเวลาล่ะครับ ออกมาช่วงนี้ก็คงคาดหวังกับการขายช่วงปลายปี – ต้นปี 2015 ประเภทชัดเจน ในแง่ธุรกิจ ตัวเลขไตรมาสที่ 4 กับไตรมาสที่ 1 ของ Apple ก็คงดีขึ้นมาหาไม่มากก็กระจ้อยร่อยล่ะครับ ก่อนหน้านี้ก็เปิดตัว iPhone 6, iPhone 6 plus มาแล้ว

เท่าที่ดูคราวนี้ เส้นผมรู้สึกกระแสการเปิดตัว iPad กล้าจะไม่ได้ดูยิ่งใหญ่เท่ากับ iPhone แต่ก็คาดว่าน่าจะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคตามสมควร แม้ว่าจะถึงวันที่นวัตกรรมของ Apple เริ่มช้าลงแล้วก็ตาม


ถึงคิวข้าบ้าง !! iPad Air 2 มาพร้อมเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ


ถึงคิวข้าบ้าง !! iPad Air 2 มาพร้อมเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ในขณะที่ความสนใจในผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple ในปี 2014 จะโฟกัสไปที่ iPhone 6 เป็นส่วนใหญ่ แต่อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่อาจเปิดตัวในระยะเวลาไล่เลี่ยกันมีความเป็นไปได้ที่จะเป็น iPad Air 2
หลังจากภาพ iPhone 6 หลุดแบบรายวัน ล่าสุดถึงคิวภาพหลุกของ iPad Air 2 บ้างแล้ว โดยภาพชุดนี้แสดงจุดเด่นที่เพิ่มเติมเข้ามาตามความคาดหมายคือ Touch ID หรือเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือดังเช่น iPhone 5s ส่วนโครงสร้างภายนอกเมื่อในภาพรวมแล้วยังคล้ายคลึงกับเวอร์ชันแรก ซึ่งในความเห็นส่วนตัวเชื่อว่า Apple ยังยึดหลักการออกแบบและขนาดเหมือน iPad Air ตัวแรกส่วนโครงสร้างภายในอาจมีการเปลี่ยนแปลง อาทิ ชิปประมวลผลลัพธ์ก็จะปรับมาใช้ A8, กล้องยาสูบหน้าและกล้องหลังมีเรื่องละเอียดเพิ่มขึ้น ตลอดจนระบบปฏิบัติการ iOS 8 เป็นต้น


ฮือฮา! ภาพรั่ว “ไอแพดรุ่นใหม่“ บางเฉียบกว่าเดิม อาจมี “สีทอง-สีเงิน“ มาให้เห็น


ฮือฮา!ภาพรั่ว “ไอแพดรุ่นใหม่”บางเฉียบกว่าเดิม อาจมี “สีทอง-สีเงิน” มาให้เห็น
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจนถึงวันที่ 10 ต.ค.ว่า บล็อกเกอร์เส้นทางด้านไอทีได้เปิดบอกกล่าวภาพรั่วที่เชื่อว่าเป็นภาพสิ่งของต้นแบบอุปกรณ์ไอแพดรุ่นใหม่ หรือ”ไอแพด แอร์ 2” ซึ่งมีขนาดบางกว่ารุ่นก่อนๆ และใช้ระบบปฎิบัติการของเครื่องแม็คอินทอชของแอปเปิล
โดยบล็อกไอทีของเกาหลีใต้รายหนึ่ง ที่ใช้ชื่อว่า”Tinhte” ได้เปิดเผยว่า ไอแพดดังกล่าวมีความหนาเพียง 7 มิลลิเมตร หรือเทียบเท่ากับไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ซึ่งมีขนาด 6.9 มิลลิเมตร และ 7.1 มิลลิเมตร ตามลำดับ และคาดว่าจะมีระบบสแกนลายนิ้วมือแบบไอโฟน 5 เอส ด้วย นอกจากนี้ iPad Air 2 ยังมีกระแสลือด้วยว่า ไอแพดรุ่นใหม่ อาจมีทั้งสีทอง รวมทั้งสีเงิน และคาดว่าจะเปิดโฉมในวันที่ 16 ต.ค.นี้
ขณะเดียวกัน แวดวงเกจิไอทีอีกกลุ่มยังเผยว่า สำหรับไอแพดรุ่นใหม่นี้ อาจใช้ระบบปฎิบัติการ Mac OS x ของเครื่องคอมพิวเตอร์”แม็คอินทอช”ของแอปเปิล โดยตัวเครื่องจักมีขนาดยาว 12.9 นิ้ว มีเจาะจงวางจำหน่ายในปี 2015 โดยสำหรับ”ไอแพด โปร”จะสามารถได้งานได้เหมือนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เช่นเดียวกับดักไอแพด แอร์ 2 ที่อัพเดทจากรุ่นเพรงหน้านี้เมื่อปี 2013

ทั้งนี้ iPad Air 2 จะเป็นหนึ่งในฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ที่เชื่อมั่นว่าจะเปิดตัวปลายปี 2014 นี้ ซึ่งน่าจะเป็นหลังจากการเปิดตัว iPhone 6 ไปแล้ว 1 เดือน ตามกรอบเวลาเดิมที่เคยปฏิบัติมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

มาลาลา รับโนเบลสาขาสันติภาพ ฝานคู่แข่งอย่าง สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส


Malala Yousafzai ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ประจำปีนี้


คณะกรรมการตัดสินรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประกาศสละ มาลาลา ยูซาฟไซ สายน้อยนักเคลื่อนไหวเพื่อการศึกษาของเด็กหญิงในปากีสถาน เป็นผู้รับรางวัลโนเบลสาขาย่อยสันติภาพในที่ปีนี้ เฉือนคู่แข่งอย่าง สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พร้อมด้วยเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน

มาลาล่า ยูซาฟไซ หญิงน้อยชาวปากีสถาน วัย 17 ปี นักต่อสู้เพื่อสิทธิการศึกษาของเยาวชน และการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิการศึกษาของเด็กผู้หญิงณบ้านเกิด ซึ่งเธอรอดชีวิตจากการจ่อยิงที่ศีรษะบนรถโรงเรียน ด้วยฝีมือสมาชิกกลุ่มตอลิบาน ในแถบหุบเขาสวัต เขตอิทธิพลของกลุ่มเคร่งศาสนาสุดโต่งในที่ปากีสถาน คราวปลายปี 2555

ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวสรรพสิ่งมาลาล่า รับโนเบลทำให้องค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น เชิญมาลาล่าให้เดินตรอกไปกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาเยาวชนโลก ในนครนิวยอร์ก เนื่องในโอกาสที่เธอมีอายุครบ 16 ปี ครั้งเดือนกรกฎาคมปี 2556

สุนทรพจน์ดังพูดได้รับคำเบิกบานชมอย่างกว้างกัน เนื่องทิ้งเนื้อหากระตุ้นให้ผู้เอาทั่วโลก สนับสนุนการศึกษาแก่เด็ก และเยาวชน โดยให้เหตุผลว่า “หนังสือ และปากกา” ถือหมายถึงอาวุธอันทรงอานุภาพมากที่สุดในการต่อสู้กับความรุนแรง และปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นบนโลก


ปู ยิ่งลักษณ์ ยกย่องผู้ได้รางวัลโนเบล สันติภาพ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (12 ต.ค.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความยินดี ต่อ น.ส.มาลาลา ยูซาฟไซ ชาวปากีสภาน อายุ 17 ปี ซึ่งยืนหยัดต่อสู้เพื่อสิทธิการศึกษาของเด็กและสตรี และนายไกรลาศ สัตยาธี ชาวอินเดีย ผู้เคลื่อนหวต่อสู้กับการกดขี่เพื่อสิทธิเด็กและเยาวชน ที่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ โดยกล่าวว่า

“เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ นางสาวมาลาลา ยูซาฟไซ (Malala Yousafzai) เด็กสาวชาวปากีสถานอายุเพียงแค่ 17 ปี ผู้ยืนหยัดต่อสู้เพื่อสิทธิการศึกษาของเด็กและสตรี พร้อมด้วยนายไกรลาศ สัตยาธี (Kailash Satyarthi) ชาวอินเดียผู้เคลื่อนไหวต่อสู้กับการกดขี่เพื่อสิทธิเด็กและเยาวชน ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ

ดิฉันได้เคยกล่าวไว้ว่าทุกวันนี้ ในเกือบทุกเขตของโลก ผู้หญิงยังคงต้องเผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเพศ โดยเฉลี่ยผู้หญิงยังคงมีความยากลำบากในการเข้าจวบจวนการศึกษาที่เหมาะสม เข้าถึงที่อยู่เงินทุนได้ยาก มีรายได้น้อยมาลาลา รับโนเบล และยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงยังตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศและการทารุณกรรมอีกพร้อมด้วย

ในฐานะผู้หญิงด้วยกัน ดิฉันขอชื่นชมความอดทน มุ่งมั่น กล้าหาญของ “มาลาลา” แม้จักเกือบแลกด้วยชีวิตและขอเป็นกำลังใจให้ “มาลาลา” ตลอดจนเด็ก ผู้หญิงพร้อมด้วยผู้คนอีกมากมายที่ต้องยืนหยัดต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิกับเสรีภาพ

ขอให้การได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ของ “มาลาลา” และ “ไกรลาศ” เป็นแรงบันดาลใจแจกคนทั่วโลกได้รับรู้ว่า อีกต่างหากมีผู้คนอีกมากมายที่พร้อมมูลจะต่อสู้เพื่อให้เด็กๆ ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงด้วยกันเท่าเทียมเท่าค่ะ”

อีจุน MBLAQ เอ็มแบล็ค ประสูติอะไรรุ่งโรจน์กับแผนกเค้า


MBLAQ แชร์ใจ-แชร์พลังเกิน 100% ขึ้นทำเนียบคอนเสิร์ตแห่งความเต็มอิ่มประทับใจ!!


หนึ่งคอนเสิร์ตเกาหลีที่เพิ่งผ่านพ้นไปอย่างสำเร็จเสร็จสิ้นดี สอบผ่านด้วยเกรด A+ โดยวัดระดับคุณภาพและความพึงพอใจเกินร้อยเปอร์เซนต์ของผู้ชมอย่างง่ายๆ ได้จากเสียงกรี๊ดตลอด 2 ชั่วโมงเต็ม.. รอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคนตอนเดินออกจากฮอลล์หลังการแสดงปิดม่านลง.. สมทบต่อเนื่องด้วยเสียงชื่นชมจากทั้งปากต่อปากและในโซเชียลออนไลน์ที่ยังคงไหลมาอย่างไม่ขาดสาย.. ประเด็นสำคัญแบบอุบไม่ได้นั่นคือ ตัวศิลปินเองก็ได้ตกหลุมรักและประทับใจในพลังของเหล่าเอพลัสไทย (A+) แฟนคลับของพวกเขาไปแบบเต็มๆ เช่นกัน !!!!! ที่กำลังพูดถึงอยู่นี้คือ 2012 เอ็มแบล็ค ‘เดอะ แบล็คเปอร์เซนต์ ทัวร์ ไลฟ์ อิน แบงคอก (2012 MBLAQ ‘THE BLAQ% TOUR’ LIVE IN BANGKOK) คอนเสิร์ตเอเชียทัวร์ครั้งแรกของ 5 หนุ่มบอยแบนด์ K-POP เปี่ยมคุณภาพวง “เอ็มแบล็ค” (MBLAQ) ภายใต้การผลิตและสร้างสรรค์โดย CJ E&M จับมือ อีจุน MBLAQ CABA Entertainment ร่วมกับ J.Tune Camp และ เอ็ม.วาย. เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Asiana Airlines, tvN, ฮานามิ, โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ, ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ สยามเซ็นเตอร์

เมื่อวันเสาร์เลขสวย วันที่ 7 เดือน 7 เวลาหนึ่งทุ่มตรงเป๊ะ ตามที่ระบุในบัตร คอนเสิร์ตเริ่มแสดงอย่างตรงเวลาไม่มีเลท ณ บางกอกคอนเวนชั่นฮอลล์ ลาดพร้าว จอภาพ LED ขนาดยักษ์ฉากหลังของเวทีก็ปรากฏภาพของ ยังซึงโฮ (Yang Seung Ho), จีโอ (G.O – Jeong Byong Hee), อีจุน (Lee Joon – Lee Chang Sun), มีร์ (Mir – Bang Chul Yeong) และ ชอนดุง หรือ ธันเดอร์ (Cheon Dung / Thunder) ในรูปแบบของวีทีอาร์ดราม่าทีเซอร์แนวนินจา เรียกเสียงกรี๊ดจากเหล่า A+ กันตั้งแต่วินาทีแรก โดยห้าหนุ่ม MBLAQ ประเดิมเวทีอย่างร้อนแรงด้วยเพลง Run ซิงเกิลที่มาพร้อมท่าเต้นทรงพลังทั้งอะโครบาติกส์และศิลปะการต่อสู้แบบนินจาสุดเท่ห์ แถมยังหล่อเฟี้ยวกันทั้ง 5 สมาชิกในชุดสีดำสวมเสื้อคลุมนินจา ทำเอาตะลึงไปกับทักษะการเต้นอันแข็งแรงและยอดเยี่ยมสมกับที่เป็นเด็กปั้นของ เรน (Rain) จริงๆ ต่อเนื่องทันทีด้วยเพลง Y ซึ่งขยับดีกรีไปทางเซ็กซี่ด้วยการถอดเสื้อคลุมเหลือเพียงสูทดำสนิทประดับเลื่อมเงิน โดย อีจุน เรียกเสียงกรี๊ดได้สนั่นที่สุดเพราะเสื้อซีทรูบางเบาสีดำ แถมเว้าโชว์สีข้างสวยๆ ที่เจ้าตัวยังขยันทั้งดึงทั้งเปิดเอาใจคนดูอย่างเต็มๆ ก่อนจะเพิ่มความเซ็กซี่ขึ้นอีกหนึ่งสเต็ปในเพลงถัดมา Try (หรือที่ A+ เอพลัสรู้จักกันในอีกชื่อว่า Again) เพลงนี้มีแดนเซอร์สาวสวยออกมาร่วมแด๊นซ์แบบถึงเนื้อถึงตัวทำเอา A+ ตะเบ็งกรี๊ดเพราะหวงหนุ่มๆ กันสนั่น

จากนั้นห้าหนุ่มสลับฉากมาจับไมค์พูด ….สวัสดีครับ แนะนำตัวเป็นภาษาไทย พร้อมบอกว่าดีใจที่ในที่สุดก็ได้มาเล่นคอนเสิร์ตใหญ่ในเมืองไทยเสียที ระหว่างนั้นก็ถอดเสื้อตัวนอก เปลี่ยนเป็นสูทขาวให้อารมณ์หล่อละมุนเข้าสู่ช่วงเพลงบัลลาดโชว์น้ำเสียงเพราะๆ บนเก้าอี้กับไลต์ติ้งนุ่มๆ และกราฟิคแสนสวยรูปนาฬิกาบนจอด้านหลังในเพลง Rust และ Not to Say Goodbye แล้วขยับเดินออกมาให้ชมความหล่อกันอย่างชัดๆ ที่ปลายแคทวอล์กด้านหน้าสุดของเวที พร้อมพูดถึงเมนูอาหารไทยสุดโปรดของแต่ละคน อาทิ ต้มยำกุ้ง / แตงโมปั่น / ส้มตำ ตามด้วยโซโล่ของ จีโอ กับเพลงบัลลาดหวานละมุน Cracks of My Broken Heart ที่มีโปรเจ็กต์แปรอักษรไฟสีแดงเป็นคำว่า G.O บริเวณโซนบัตรนั่งส่องสว่างสวยงาม เปลี่ยนอารมณ์มาเป็นเพลงจังหวะกลางๆ โชว์การเต้นกับท่าเวฟบนเก้าอี้สุดเซ็กซี่ของสุดหล่อประจำวง ชอนดุง หรือ ธันเดอร์ ในเพลง Don’t Go (เป็นเพลงที่ชอนดุงแต่งเองด้วย) ซึ่งเหล่า A+ พร้อมใจชูกระดาษรูปสายฟ้าฟาด สัญลักษณ์ของ Thunder กันเต็มฮอลล์ เอ็มแบล็ค
เพลง No No No เริ่มต้นอย่างเท่ห์ จากท่านั่งก้มหน้าตอนจบเพลงโซโลของ ชอนดุง แล้วอีก 4 คนเดินออกมาสมทบต่อด้วยเพลงดังอย่าง Cry ที่แฟนๆ ช่วยกันร้องคอรัสเสียงดังกระหึ่ม กลับไปสู่ช่วงโซโลอีกครั้ง คราวนี้เป็นการดูเอทของแร็ปเปอร์น้องเล็ก มีร์ กับพี่ใหญ่เสียงดี จีโอ ในเพลง Wild ที่ทั้งคู่เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ ไฮไลต์อยู่ตรงที่สองหนุ่มโชว์เปลี่ยนเสื้อผ้าบนเวที ถอดเสื้อนอกเหลือเพียงเสื้อกล้ามสีดำให้ดูกันเต็มตา ก่อนจะสวมเสื้อสูทขาวประดับเลื่อมเงินระยับ ดวลโชว์กันระหว่างเสียงร้องเทพๆ ของ จีโอ กับการแร็ปเทพๆ ของ มีร์ อย่างเท่ห์ แล้วน้องเล็กได้โชว์เดี่ยวเต็มๆ กับเพลง Crazy ที่ออกมาในชุดคัลเลอร์ฟูลสุดสดใส สมกับความเป็น มีร์ และยังเข้ากับท่วงทำนองคึกคักและท่าเต้นน่ารักๆ ตามด้วยการร้องและเต้นในอารมณ์ครึกครื้นรื่นเริงพร้อมกันทั้ง 5 หนุ่มในเพลง Good Love และ One Better Day ที่ทำเอา A+ กระโดดตามอย่างสนุกสนาน

มาถึงช่วงโซโล โชว์เดี่ยวของ อีจุน ที่หลายคนรอคอย เปิดตัวด้วยวีทีอาร์พิเศษสุดกรี๊ดมีที่มาที่ไป ราวกับดำเนินต่อเนื่องมาถึงซีนจริงบนเวทีซึ่ง หนุ่มจุนนี่ เดินออกมาพร้อมสูทลายริ้วขาว-ดำ พอเห็นกระดาษโปรเจ็คต์รูปตัว J เข้าก็หัวเราะและยกมือไหว้พลางพูด ขอบคุณครับ ไม่หยุด แล้วยังปล่อยมุขตลกกระจายระหว่างเลือกแฟนผู้โชคดี 1 คนขึ้นไปนั่งฟังเขาร้องเพลงอย่างชิดใกล้บนเวที จากช่วงน่ารักกุ๊กกิ๊กที่เวทีหน้า อีจุนยังเซอร์วิสจัดเต็มพาแฟนผู้โชคดีไปต่อ คราวนี้เซ็กซี่กันเต็มรูปแบบไปเลยที่เวทีด้านใน เมื่อจุนปลดกระดุมโชว์ซิกแพ็กสวยๆ พร้อมท่าเต้นสุดเซ็กซี่ ก่อนจะถอดเสื้อแล้วโชว์ทักษะการเต้นบัลเล่ต์ให้ดูกันเต็มตาและให้กรี๊ดกันแบบไม่ต้องกลัวเสียงจะแหบ ถึงช่วงของลีดเดอร์โชว์เดี่ยวกันบ้าง ซึงโฮ มาด้วยมาดนิ่งขรึมสุดเท่ห์กับการโซโลเปียโนเพลงหวานนุ่ม จากนั้นแอบมีโชว์มายากลเล็กๆ ด้วยการเปลี่ยนชุดจากสูทดำเป็นแดงในพริบตา (ถึงขั้น มีร์ ยังอดถามหลังจบช่วงนี้ไม่ได้ว่า …..เมื่อกี๊พี่เปลี่ยนเสื้อผ้ายังไง เร็วมากเลย แต่ซึงโฮตอบกวนๆ ขำๆ แค่ว่า มันเป็นความลับ) แล้วบุกเดินออกมาโชว์สเต็ปเต้นแข็งแรงและร้อนแรงที่เวทีด้านหน้า ก่อนที่จะจบช่วงด้วยท่าตีลังกาในแบบของซึงโฮ เรียกเสียงกรี๊ดและปรบมือเกรียวกราวกันไปอีกคน

กลับสู่ช่วงรวมพลหนุ่มๆ MBLAQ แบบครบวงห้าคนอีกครั้งในเพลง Scribble พร้อมเสียงอังกอร์ดังสนั่นจากเหล่า A+ ต่อด้วยเพลง You ที่จัดไลต์ติ้งมาอย่างเก๋ด้วยการไล่ส่องไฟฟอลโลว์ทีละและแดนซ์กันสุดมันกับเพลงฮิตอย่าง Stay กระชากอารมณ์เศร้าแต่แฝงด้วยความระลึกด้วยสเปเชียลวีทีอาร์แนวดราม่าแอคชั่นของทั้ง 5 หนุ่ม ซึ่งถ่ายทำขึ้นเพื่อเอเชียทัวร์ครั้งนี้โดยเฉพาะ จากนั้นทั้งหมดกลับขึ้นเวทีด้วยชุดสุดเท่ห์พร้อมท่าเต้นโชว์ความแข็งแกร่งกับเพลงฮิตสุดๆ อย่าง It’s War ที่ทั้งภาพจริงของเพอร์ฟอร์แมนซ์บนเวทีและภาพวีทีอาร์บนจอยักษ์ช่างจัดมาได้อย่างเข้ากันสุดเพอร์เฟกต์ เรียกว่าเป็นหนึ่งในซีนเอกของคอนเสิร์ตนี้เลยก็ว่าได้ แดนซ์กันต่อกับ Mona Lisa และเพลงสุดฮอต ‘Oh Yeah’ ที่หนุ่มๆ เต้นกันได้อย่างเป๊ะจริง ก่อนจะอำลาเวทีหนุ่มๆ ถามว่า ….สนุกไหมครับ (จีโอ) เวลาของคอนเสิร์ตใกล้จบแล้วนะครับ (อีจุน) วันนี้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากครับที่ได้มีคอนเสิร์ตครั้งแรกในเมืองไทย และสัญญานะครับว่าเราจะกลับมาอีกแน่นอน (ซึงโฮ) ขอบคุณทุกคนสำหรับเสียงเชียร์ตลอดคอนเสิร์ตวันนี้นะครับ (พูดไทย) ขอบคุณครับ (จีโอ) งั้นไปฟังเพลงสุดท้ายกันเลยครับ ปิดท้ายด้วยเพลงน่ารักจากอัลบั้มล่าสุดอย่าง Beautiful โดยทั้งห้าหนุ่มต่างกระจายตัวกันไปสร้างซีนประทับใจร่วมกับแฟนๆ จนบรรยากาศที่เห็นเต็มตื้นไปด้วยรอยยิ้มของทั้ง MBLAQ และ A+ ทั่วทุกพื้นที่จริงๆ งานนี้เหล่า A+ ส่งเสียงเชียร์กันอย่างไม่มีเหนื่อย แล้วแบบนี้ทั้ง 5 หนุ่มรวมถึงผู้จัดจะไม่หายเหนื่อยได้อย่างไร

สนุกขนาดนี้ต้องมีอังกอร์ให้จุใจคุ้มค่าบัตรยิ่งขึ้นไปอีก จอ LED บนฉากหลังของเวทีสว่างขึ้น รายงานตัวว่าพร้อมเช็คเรตติ้งขีดความต้องการ …..เอาอีกๆ เริ่มทำงานด้วยสเกลเปอร์เซนต์ตัวเลขวัดระดับเสียงกรี๊ดบนจอยักษ์ด้านหลัง และเมื่อตัวเลขพุ่งไปถึงหลัก 100% ห้าหนุ่ม MBLAQ กลับออกมาอีกครั้งในลุคสบายๆ สวมเสื้อยืดประจำเอเชียทัวร์ครั้งนี้ พับแขนบ้าง โชว์กล้ามขาวๆ บ้างตามสไตล์ของแต่ละคนอย่างเท่ห์ ถึงเวลาของ 3 เพลงสุดท้ายที่ถูกจัดมาบริการกันทั้งจังหวะน่ารัก คึกคัก สนุกสนาน 100%, You are My+ และ Oh Yeah (Remix Version) ซึ่งพวกเขาปล่อยของกันเต็มที่ กระจายเซอร์วิสไปทั่วทั้งบนเวทีและกระโจนลงไปหาแฟนๆ ให้ได้มากที่สุด เต็มอิ่มเรียบร้อยแล้วหนุ่มๆ ก็กลับขึ้นไปตั้งแถวโค้งขอบคุณพร้อมคำสัญญาว่าจะมาเมืองไทยบ่อยๆ เป็นการจบคอนเสิร์ตที่รอคอยอย่างเต็มอิ่มเกินร้อยจริงๆ ทั้งศิลปินและผู้ชม ติดตามจากทวิตเตอร์ส่วนตัวของ จีโอ ที่ทวีตว่า.. …..ขอบคุณครับ ผมรักประเทศไทยครับ!!! ก็เชื่อเลยว่าความเป็นหนึ่งเดียวของแฟนคลับได้ทำให้หนุ่มๆ MBLAQ ทั้ง ซึงโฮ, จี.โอ, อีจุน, มีร์ และ ชอนดุง หลงรักเอพลัสชาวไทยไปแล้วเต็มๆ


แฟนคลับเกาลี้ เกาหลี ดี๊ด๊า 5 หนุ่ม MBLAQ เตรียมเยือนไทย 8 มี.ค.นี้


ตัวพ่อซูเปอร์สตาร์เอเชียอย่าง เรน ( RAIN ) เพิ่งออกตัวแรงเอี๊ยดประกาศว่าจะคัมแบ็คประเทศไทยไปหมาดๆ แต่กลายเป็นว่าตัวลูกในสังกัด J.Tune ของหนุ่ม เรน ( RAIN ) ที่เจ้าตัวปลุกปั้นมาเองกับมืออย่าง 5 หนุ่มหล่อบาดใจสาวๆ ดาวรุ่งเกาหลีสุดฮ็อตวง เอ็มแบล็ก ( MBLAQ ) ซึ่งประกอบด้วย ซึงโฮ ( Seung Ho ), จี.โอ. ( G.O. ), อีจุน ( Lee Jun ), ธันเดอร์ ( Thunder ) และ มีร์ ( Mir ) กลับชิงแซงโค้งบุกประเทศไทยก่อนตัวพ่อ เพราะพวกเขาคอนเฟิร์มคิวบินลัดฟ้ามาเปิดมินิคอนเสิร์ตโกยเสียงกรี๊ด และร่วมกิจกรรมแฟนมีตติ้งเขย่าหัวใจสาวไทยให้ละลาย

ในงานเปิดตัวเซอร์วิสใหม่ของแฮปปี้จาก ดีแทค ที่รวมเอาคอนเทนต์เกาหลีโดนใจมาเก็บไว้ในมือถือ ในวันอังคารที่ 8 มีนาคมนี้ เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป ณ ตึกสำนักงานใหญ่ดีแทค บริเวณลานด้านหน้าอาคารจามจุรีสแควร์ สามย่าน งานนี้แฮปปี้จาก ดีแทค ใจดีจัดให้แฟนคลับตัวจริงของทั้ง 5 หนุ่ม MBLAQ พิสูจน์ความหล่อความแรงในมินิคอนเสิร์ตโดยไม่เสียค่าผ่านประตู เอ็มแบล็ค

พิเศษสำหรับคนที่อยากมีลุ้นใกล้ชิด MBLAQ ยิ่งกว่านั้นในแฟนมีตติ้งกด *9494 กด 1 จากมือถือแฮปปี้ ตั้งแต่วันนี้ถึง 6 มี.ค. แล้วรอลุ้นใกล้ชิด MBLAQ ก่อนใครที่สำนักงานใหญ่ ดีแทค ที่แฮปปี้จัดให้เฉพาะ ของดีและชมฟรีแบบนี้ สาวกเกาลี้ เกาหลี ห้ามพลาด ห้ามพลาด !!


5 หนุ่ม เอ็มแบล็ค (MBLAQ) พบสื่อไทย แถลงเปิดตัวเอเชียทัวร์ในไทย


นานๆ ทีจะมีศิลปินเกาหลีพบสื่อไทยแถลงเปิดตัวคอนเสิร์ตแบบล่วงหน้าด้วยตัวเองเต็มยศสักที.. เมื่อบ่ายวานนี้หนุ่มๆ ไอดอลเกาหลีสุดเท่ห์วง เอ็มแบล็ค (MBLAQ) มากันครบทีม 5 คนคือ ยังซึงโฮ (Yang Seung Ho) หัวหน้าวงและร้องนำ, จี.โอ (G.O – Jeong Byong Hee) ร้องหลัก, อีจุน (Lee Joon – Lee Chang Sun) ร้องนำ, มีร์ (Mir – Bang Chul Yeong) ร้องแร็พ และ ชอนดุง หรือ ธันเดอร์ (Cheon Dung / Thunder) ร้องแร็พ โดย J.Tune Camp ต้นสังกัดของ 5 หนุ่ม MBLAQ ร่วมกับ CJ E&M และ CABA Entertainment เป็นโต้โผจัดเอเชียทัวร์คอนเสิร์ต THE BLAQ% TOUR ในหลายประเทศทั่วเอเชีย อาทิ อินโดนีเซีย, ไทย, ญี่ปุ่น และ ไต้หวัน
สำหรับแฟนๆ วงเอ็มแบล็คในเมืองไทยเตรียมปักหมุดบนตารางคิวกันไว้ให้เป๊ะ!! วันเสาร์ที่ 7 เดือน 7 (7 กรกฎาคม 2555 นี้) ณ บางกอกคอนเวนชั่นฮอลล์ ลาดพร้าว กับการแสดงคอนเสิร์ตเอเชียทัวร์ครั้งแรกในไทยของพวกเขา 2012 เอ็มแบล็ค เดอะ แบล็คเปอร์เซนต์ ทัวร์’ ไลฟ์ อิน แบงคอก (2012 MBLAQ THE BLAQ% TOUR’ LIVE IN BANGKOK) ร่วมสนับสนุนการจัดงานโดย Asiana Airlines, ฮานามิ, โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ และ TVN นับเป็นคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบและเต็มอิ่มครั้งแรกของหนุ่มๆ วง MBLAQ ในเมืองไทยที่ไม่ควรพลาดเลยจริงๆ ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา โทร.02-262-3456 หรือ www.thaiticketmajor.com บัตรราคา 1,500 / 2,500 และ 3,500 บาท *** ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมอัพเดทความเคลื่อนไหวผ่าน เอ็ม.วาย. เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (M.Y. Entertainment) ทาง www.MYentOfficial.com , Twitter @MYEentofficial และ www.facebook.com/MYEntOfficial

รวมเรื่องเช่น บ้านเดี่ยว บ้านในฝันที่คุณต้องงาน

บ้านเรือนกระจก อบอุ่นกับวิว 360 องศา

แม้แต่เดิม “บ้านเรือนกระจก” ขายบ้านเดี่ยว ซื้อบ้านเดี่ยว จะใช้ทั้งเป็นพื้นที่ด้วยรักษาพันธุ์ไม้ในเวลาฤดูหนาวของต่างประเทศ แต่ในปัจจุบันเรามีกาลได้เห็น “เรือนกระจก” ถูกประยุกต์มาเป็นส่วนเพิ่มกรอกส่วนหนึ่งสรรพสิ่งบ้าน ที่อาจจะใช้เป็นห้องรับแขก ห้องหับนั่งเล่นในอาณาบริเวณกลางแจ้ง รวมกลุ่มถึงบางคนสามารถเลือกสร้างบ้านเรือนกระจกสำหรับพักพิงอาศัยจริง แต่ด้วยลักษณะโปร่งแสงของกระจกทำให้บ้านที่ใช้กระจกสร้างอย่างแท้จริงจะมีอุณหภูมิภายในที่ค่อนข้างสูง จึงเหมาะจะปลูกบ้านเรือนกระจก บ้านเดี่ยวไว้ในพื้นที่ๆ มีอากาศค่อนข้างหนาวเย็นมากกว่า แต่กระนั้นก็ยังมีการใช้วัสดุอื่นเข้ามาทดแทนอีกมากมาย Sanook Home เลยนำแบบบ้านเรือนกระจกแบบต่างๆ มาแชร์ให้เห็นไอเดียของเจ้าของที่จัดและตกแต่งภายในออกมาได้อย่างสวยงาม ซึ่งเราสามารถนำมาดัดแปลงใช้ได้หากเราอยากมี “บ้านเรือนกระจก” เก๋ๆ สักหลัง ไว้ในสวนหลังบ้าน

กรุกระจกบางด้าน เพื่อให้ห้องไม่ร้อนจนเกินไป แล้วด้านในจัดวางชุดรับแขกสไตล์อบอุ่น ก็น่ารักยิ่งขึ้น

สีขาวเหมาะกับเรือนกระจก เพราะทำให้ภายในห้องมีความโรแมนติกยิ่งขึ้น

พบกับไอเดีย ตกแต่งบ้านเดี่ยว บ้านเดี่ยวใหม่ ที่นี่ http://www.pruksa.com/บ้านเดี่ยว


บ้านพฤกษานารา ถนนศรีจันทร์ ขอนแก่น

บ้านเดี่ยวเมื่อความร่มรื่นของแมกไม้ผสานกับความรื่นรมย์ของดีไซน์แบบโมเดิร์นทรอปิคอล ช่วยให้คุณสัมผัสธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางสีเขียวจากร่มไม้ที่รายล้อมให้ธรรมชาติโอบล้อมคุณอย่างใกล้ชิดภายใต้บรรยากาศโมเดิร์น จนคุณอาจเผลอปล่อยใจไปกับผืนน้ำและธรรมชาติโดยไม่รู้ตัว และคงความรู้สึกปลอดภัยไปทุกนาทีกับระบบ Double Security
ภัสสร ไพรด์ ศรีนครินทร์-เทพารักษ์


Rewrite the new episode of living…บันทึกบทใหม่ของการใช้ชีวิตอย่างมีรสนิยม

บ้านเดี่ยว ภัสสร ไพรด์ ศรีนรินทร์-เทพารักษ์ “บ้าน” ใกล้รถไฟฟ้าและทางด่วน

ของแต่งบ้าน สุดชิค จับกลุ่มอยู่ที่นี่จบ


ตกแต่งห้องนอนแบบคันทรี่สไตล์ (Country Style)

ห้องนอนยังไม่ตายอีกห้องที่ ทั่วคนในบ้านใช้เป็นที่พักผ่อนมากที่สุด การตกแต่งห้องนอนด้วยการใส่กลิ่นอายของความหวาน ความน่ารัก และความอบอุ่นในสไตล์คันทรี่ มักช่วยเพิ่มให้การนอนหลับพักผ่อนของคุณรู้สึกสบายมากยิ่งขึ้น เพราะด้วยการดึงความเป็นธรรมชาติมาใส่ไว้ในสไตล์นี้ จึงไม่แปลกที่คนส่วนมากมักเป็นหญิงสาวบุคคลิกอ่อนหวานจะชื่นชอบในสไตล์แบบ นี้ค่ะ
ของแต่งบ้านสไตล์ คันทรี่ที่เราพูดถึงนี้เอกลักษณ์อันโดดเด่นมักจะใช้วัสดุตกแต่งหมายถึงพวก เครื่องปัก ผ้าฝ้ายที่มีลวดลายของดอกไม้ หรือมักสอดแทรกเฟอร์นิเจอร์หวาย และไม้เข้ามามีส่วนร่วมทำให้ดูนุ่มนวลขึ้น อาจจะมีข้าวของเครื่องใช้ที่ทำจากงานแฮนด์เมดขึ้นมาให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ตัว มีทั้ง English Country Style ซึ่งมีความเนี๊ยบ หรูหรา และมีการคุมโทนสีให้ไปในทางเดียวกัน และ French Country Style มัก มีความอ่อนหวานเพิ่มเข้ามา แต่ก็ยังคงความคลาสสิก ความอบอุ่นอยู่บ้าง มักใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้จริงในโทนสีอ่อน เน้นสีที่เป็นธรรมชาติ เพิ่มการเพนท์ลวดลายดอกไม้ ผลไม้ พืชสมุนไพรเข้าไป รวมไปถึงภาพวิวทิวทัศน์แถบชนบท มีชีวิตต้น สีโทนหลักโดยรวมของสไตล์นี้จะเป็นแนวเอิร์ธโทน และผ้าทอจากเส้นใยธรรมชาติมาเป็นวัสดุตกแต่งแทนเครื่องหนังทั่วๆ ไป อย่างเช่น ผ้าปู ผ้าม่าน ผ้าคลุมโต๊ะ เป็นต้น อาจมีการสร้างบรรยากาศให้สมจริงกับห้องนอนจากการใช้แสงสว่างข้าวของเทียนหอม หรือโคมไฟ ตอบสนองการใช้ไฟจากหลอดนีออนเหรอหลอดไฟฟลูอเรสเซนต์จะได้อารมณ์มากกว่าค่ะ


ห้องนอนสีชมพู เอาใจสาวหวาน ส่งให้นอนหลับฝันดี


สาวน้อย สาวใหญ่ ใครๆ ก็มีสิทธิ์หลงใหลคดีหวานของ “สีชมพู” ได้กันทั้งนั้น ลองนำสีชมพูมาตกแต่งห้องนอน โดยทำให้ทุกอย่างภายในห้องเป็นสีชมพูให้หมด ก็น่าจะทำให้เจ้าของห้องมีความสุขในทุกโมงยาม ของแต่งบ้านไม่ว่าจะเป็นวอลล์เปเปอร์ เตียงนอน ผ้าคลุมเตียง โคมไฟ ชุดเฟอร์นิเจอร์ รวมไปถึงของตกแต่งเล็กๆ น้อย ก็น่าจะสร้างโลกสีชมพูให้กับสาวหวานกันได้ทุกคน ทีม S! Home ได้รวบรวม 7 ไอเดียการตกแต่งห้องนอนสีชมพู มาริให้คุณสาวๆ และคุณหนุ่มๆ ที่เป็นได้จะมีสาวข้างกายโปรดปรานสีชมพู


เรื่องควรรู้เกี่ยวกับการต่อเติมบ้าน


01 สิ่งที่ควรรู้ก่อนต่อเติมบ้าน คอนโด ทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว

1. ประเด็นด้านกฏหมายในการต่อเติมบ้านใหม่
การต่อเติมหรือดัดแปลงอาคาร ตามรายละเอียดต่อไปนี้ จำเป็นต้องได้รับการอนุญาตจกาทางราชการ

-การขยายพื้นที่ชั้นหนึ่งชั้นใด ตั้งแต่ 5 ตร.ม.

-เปลี่ยนหลังคา หรือขยายหลังคาให้ปกคลุมเนื้อที่มากขึ้นกว่าเดิม ของแต่งบ้าน

-เพิ่ม-ลด จำนวน หรือ เปลี่ยนเสา คาร บันได และผนัง

อาคารจะต้องมีระยะถอยร่นจากแนวเขตที่ดิน ดังนี้

-สำหรับทาวน์เฮาส์และตึกแถว พื้นที่ว่างด้านหลังกว้าง 2 ม. จะจำเป็นต้องเว้นว่างไว้เพื่อเป็นทางหนีไฟ

-ผนังซีกที่ดึงขึ้นประตู หน้างต่าง ที่สูงมิเกิด 9 ม. ต้องอยู่ห่างจากเขตปฐวีไม่น้อยกว่า 2.0 ม. สำหรับ ที่สูงเกิน 9.0 ม. ต้องห่าง 3.0 ม. ผนังที่ไม่มีช่องเปิดต้องห่างจากเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 0.50 ม. ยกเว้น แต่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดินข้างเคียง

จะเห็นได้ว่าตามกฏหมายนั้น ทาวน์เฮาส์ และตึกแถวแทบจะไม่สามารถต่อเติมใด ๆ ได้ตามกฏหมาย ยกเว้น แต่มีพื้นที่เหลือด้านหลังมาก ๆ แต่อย่างไรก็ตามหากต้องการต่อเติมอย่างถูกต้องก็ต้องมีการ ยื่นขออนุญาตก่อสร้างด้วย แต่ที่เห็นว่ามีการก่อสร้างต่อเติมอยู่ทั่วไปก็เพราะทางราชการอนุโลมให้ หากไม่มีปัญหาใด ๆ กับบ้านข้างเคียง

2.ประเด็นความขัดแย้งกับบ้านข้างเคียง

จากประเด็นที่ 1 จะเห็นได้ว่างานที่จะศักยต่อเติมได้อย่างไม่มีคำถามนั้น จำเป็นจะต้องมีการ พูดคุยกับบ้านข้างเคียงก่อนว่าจะมีการต่อเติมบ้าน เพราะหากบ้านข้างเคียงไม่ยินยอม และไป ร้องเรียนกับทางราชการก็จะมีปัญหาตามมาค่อนข้างมาก แต่หากบ้านใดมีพื้นที่มากพอจนสามารถยื่นขออนุญาตประดิษฐ์สร้างได้ เจ้าของบ้านก็ยังคงต้อง รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการก่อสร้างต่อบ้านข้างเคียงด้วย เช่น แรงสั่นสะเทือนจากงานตอกเสาเข็ม การเคลื่อนตัวจากการขุดดิน ปัญหาเสียง หรือ ฝุ่นผง ซึ่งหากมีปัญหาจนบ้านข้างเคียงรับไม่ได้ อาจเกิดการฟ้องร้อง ให้หยุดการสร้าง และ สามารถเรียกร้องค่าใช้จ่ายในกรณีที่เกิดความเสียหาย

3.การต่อเติมบ้าน คอนโด ทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว

เป็นงานที่ต้องอาศัยวิศวกรเป็นผู้ออกแบบงานส่วนต่อเติมให้ เนื่องจากพื้นที่ส่วนที่ต่อเติมมักเป็นพื้นที่จำกัด และต้องคำนึงถึง สภาพปัจจุบันของอาคาร ตลอดจนสภาพพื้นที่ส่วนที่จะต้องการ ต่อเติม ซึ่งมีข้อจำกัดในการทำงาน การเลือกใช้ระบบของเสาเข็ม การขนย้ายวัสดุก่อนสร้าง ตลอดจนการแก้ไขปัญหาน้ำรั่วบริเวณ รอยต่อของอาคารเดิมและส่วนต่อเติม

02 ข้อแนะนำในการต่อเติมบ้าน คอนโด ทาวน์เฮาส์

1.รูปแบบทางสถาปัตยกรรม

โดยทั่วไปการออกแบบบ้าน ผู้ออกลูกแบบจะต้องคำนึงการถ่ายอากาศ แสงสว่าง ตลอดจน ความปลอดภัยเมื่อเกิดปัญหาเพลิงไหม้ แต่เมื่อมีการต่อเติมพื้นที่ใช้สอยอาคารแล้ว สิ่งที่ เจ้าของบ้านมักจะมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป มักจะมองเฉพาะต้องการพื้นที่ใช้งานสูงสุด โดยเฉพาะ ทาว์เฮาส์ที่มีพื้นที่ด้านหลังชิดกับบ้านข้างเคียงทั้ง 3 ด้าน เมื่อต่อเติมแล้วมีปัญหาว่าร้อน ลมไม่พัดเข้าบ้าน ภายในบ้านมืด ต้องติดตั้งระบบปรับอาการศ และต้องเปิดไฟตลอดทั้งวัน รูปแบบที่แนะนำสำหรับการต่อเติมพื้นที่หลังบ้านก็คือ พยายามให้เปิดช่องระบายอากาศ โดย ให้อากาศสามารถถ่ายเทจากหน้าบ้านมาออกที่ช่องที่เปิดไว้ในส่วนหลังบ้าน หากมีพื้นที่จำกัด ให้ออกแบบหลังคาเป็น 2 ชั้น เพื่อเป็นช่องระบายอากาศ หรือหากมีพื้นที่หลังบ้านกว้างพอ ก็ให้เปิดเป็นพื้นที่่ว่างโดยไม่มีผนัง เพื่อให้สามารถใช้เป็นพื้นที่ซักล้างให้แห้ง และลมสามารถ เข้าถึงได้ ก็จะทำให้ภายในบ้านไม่มีปัญหาอับลมและมีตลอดเวลาได้

2. รูปแบบทางด้านโครงสร้างบ้าน คอนโด ทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว บ้านใหม่

หลักการในการต่อเติมจะต้องแยกโครงสร้างหมวดต่อเติมใหม่ให้เป็นโครงสร้างต่างหาก ที่สามารถอยู่ได้โดยตัวเอง การแยกโครงสร้างจะต้องให้แยกขาดจริง ๆ โดยต้องเว้นให้เกิดช่องว่าง ระหว่างอาคาร ถ้ามีพื้นที่พอ แต่ถ้าไม่มีก็ให้กั้นด้วยโฟม เพื่อไม่ให้กอบด้วยการเชื่อมต่อของโครงสร้างเดิม กับโครงสร้างใหม่ ซึ่งรวมถึงห้ามเชื่อมต่อวัสดุปูผิว ด้วยกันผนังก็ควรเว้นช่องไว้ แล้วอุดด้วยวัสดุยาพวน 1 ประเภท โพลียูรีเทน เพื่อระแวดระวังปัญหาน้ำรั่วซึม ส่วนหลังคาก้ให้ทำปีกนอกยึดติดกับตัวอาคารเดิม ยื่นมาคลุมอาคารที่ต่อเติม เพื่อป้องกันน้ำรั่วบริเวณรอยต่อ

ข้อมูลจาก : สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)

03 ปัญหาการต่อเติมบ้านผิดวิธี
1. ทำให้อาคารทรุดตัวไม่เท่ากัน

2. ทำให้อาคารฉีกขาดจากโครงสร้างที่เชื่อมกัน

04 หลักการต่อเติมบ้านอย่างถูกวิธีต่อเติมบ้านอย่างถูกวิธี

1.โครงสร้างอาคารส่วนต่อเติม

-ต้องแยกจากโรงเดิม (บ้านของโครงการ) ต้องแยกจากรั้วรอบด้าน โดยหักขาด เพื่อหลีกเลี่ยง ความเสียหายที่เกิดจากการทรุดตัวต่างระดับระหว่างอาคารเดิมกับอาคารส่วนต่อเติม

2. ลักษณะฐานรากของอาคารส่วนต่อเติมแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ

-ต่อเติมโดยใช้ Micro Pile ที่มีความยาวเท่ากับความยาวเสาเข็มของอาคารบ้านเดิม

-ต่อเติมโดยใช้เสาเข็มสำเร็จรูป ความยาวประมาณ 6 เมตร (ยกเว้น เขตกรุงเทพฯ โซนใต้ เช่น ปากน้ำ พระประแดง แนะแนวนำให้ใช้เข็มยาวเท่านั้น)

Plugin from the creators ofBrindes Personalizados :: More at PlulzWordpress Plugins